พิคเคิลบอล (Pickleball) เป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ใช้พื้นที่ไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับกีฬาประเภทคอร์ตหลายชนิด จึงเหมาะกับบ้านพักอาศัย โรงเรียน หมู่บ้าน สโมสร โรงแรม รีสอร์ต และพื้นที่กีฬาอเนกประสงค์ อย่างไรก็ตาม ก่อนออกแบบหรือก่อสร้างสนาม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการรู้ว่า ขนาดสนามพิคเคิลบอลมาตรฐาน กว้างและยาวเท่าไร แต่ต้องเผื่อพื้นที่รอบสนามให้เพียงพอต่อการเคลื่อนที่และความปลอดภัยของผู้เล่นด้วย
บทความนี้อธิบายตั้งแต่ขนาดสนามในเส้น พื้นที่ใช้งานโดยรวม ตำแหน่งเส้นต่าง ๆ บริเวณ Kitchen ความสูงของตาข่าย แนววางสนาม รวมถึงข้อควรพิจารณาก่อนก่อสร้างสนามพิคเคิลบอลจริง เพื่อช่วยให้เจ้าของพื้นที่สามารถวางแผนได้เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น
คำตอบสั้น: สนามพิคเคิลบอลมาตรฐานมีขนาดในเส้นสนาม 20 × 44 ฟุต หรือประมาณ 6.10 × 13.41 เมตร ใช้ขนาดเดียวกันทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ แต่พื้นที่สำหรับก่อสร้างสนามจริงควรมีพื้นที่รอบสนามเพิ่มเติม โดย USA Pickleball ระบุพื้นที่เล่นรวมขั้นต่ำที่แนะนำประมาณ 30 × 60 ฟุต หรือ 9.14 × 18.29 เมตร และขนาดประมาณ 34 × 64 ฟุต หรือ 10.36 × 19.51 เมตร เป็นขนาดที่เหมาะสมกว่าสำหรับการใช้งานและงานก่อสร้างใหม่
ขนาดสนามพิคเคิลบอลมาตรฐานเท่าไหร่?
ตามข้อมูลของ USA Pickleball สนามพิคเคิลบอลมาตรฐานมีความกว้าง 20 ฟุต และความยาว 44 ฟุต หรือเมื่อแปลงเป็นระบบเมตริกจะมีขนาดประมาณ 6.10 × 13.41 เมตร
จุดที่น่าสนใจคือ พิคเคิลบอลใช้สนามขนาดเดียวกันสำหรับทั้งการแข่งขันประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ แตกต่างจากกีฬาบางชนิดที่ขนาดพื้นที่เล่นของประเภทเดี่ยวและคู่ไม่เท่ากัน
ดังนั้น หากกำลังวางแผนสร้างสนามพิคเคิลบอล 1 สนาม ตัวเลข 6.10 × 13.41 เมตร คือขนาดของพื้นที่ภายในเส้นสนาม ไม่ใช่ขนาดพื้นที่ทั้งหมดที่ควรเตรียมสำหรับก่อสร้าง
หากต้องการดูขนาดมาตรฐานของสนามกีฬาอื่น ๆ เช่น บาสเกตบอล ฟุตซอล เทนนิส แบดมินตัน และวอลเลย์บอล สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ ขนาดสนามกีฬา มาตรฐานแต่ละประเภท
ขนาดในเส้นสนาม กับพื้นที่ก่อสร้างจริง ไม่เหมือนกัน
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยในการวางแผนสร้างสนามกีฬา คือการนำขนาดภายในเส้นสนามไปใช้เป็นขนาดพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด ตัวอย่างเช่น เมื่อทราบว่าสนามพิคเคิลบอลมีขนาด 6.10 × 13.41 เมตร จึงเตรียมพื้นคอนกรีตหรือพื้นที่ติดตั้งเพียงเท่ากับตัวสนาม
ในทางปฏิบัติ ผู้เล่นจำเป็นต้องมีพื้นที่หลังเส้น Baseline และด้านข้างของสนามสำหรับการเคลื่อนที่ การตีลูก การวิ่งรับลูก และการหยุดตัว ดังนั้นพื้นที่รอบสนามจึงเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบที่ไม่ควรมองข้าม
พื้นที่รอบสนามพิคเคิลบอลควรเผื่อเท่าไหร่?
USA Pickleball ระบุว่า แม้ขนาดเส้นสนามจะอยู่ที่ 20 × 44 ฟุต แต่พื้นที่เล่นโดยรวมควรมีขนาดมากกว่าเส้นสนาม
พื้นที่ขั้นต่ำที่แนะนำประมาณ 30 × 60 ฟุต
พื้นที่รวมขนาดประมาณ 30 × 60 ฟุต หรือประมาณ 9.14 × 18.29 เมตร เป็นขนาดขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับพื้นที่เล่น โดยจะมีพื้นที่ว่างนอกเส้นสนามสำหรับผู้เล่นมากกว่าการทำพื้นเท่ากับขนาด 20 × 44 ฟุตเพียงอย่างเดียว
พื้นที่ประมาณ 34 × 64 ฟุต เหมาะสำหรับงานก่อสร้างใหม่มากกว่า
หากมีพื้นที่เพียงพอ การเตรียมพื้นที่ประมาณ 34 × 64 ฟุต หรือประมาณ 10.36 × 19.51 เมตร จะช่วยให้มีพื้นที่รอบสนามมากขึ้น เหมาะกับสนามที่ต้องการใช้งานอย่างจริงจัง สนามสโมสร สนามเชิงพาณิชย์ หรือโครงการก่อสร้างใหม่ที่สามารถวางขนาดพื้นที่ได้ตั้งแต่ต้น
ดังนั้น ก่อนสั่งเทพื้นคอนกรีตหรือกำหนดขอบเขตสนาม ควรพิจารณาพื้นที่ทั้งหมด ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลข 6.10 × 13.41 เมตรเท่านั้น
ส่วนประกอบสำคัญของสนามพิคเคิลบอล
สนามพิคเคิลบอลแบ่งพื้นที่ด้วยเส้นหลายประเภท ซึ่งแต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน การเข้าใจตำแหน่งเหล่านี้จะช่วยให้การตีเส้นสนามและการวางตำแหน่งตาข่ายถูกต้องมากขึ้น
Baseline
Baseline คือเส้นด้านหลังของสนามทั้งสองฝั่ง วางขนานกับตาข่าย และเป็นขอบเขตด้านท้ายของพื้นที่เล่น
Sideline
Sideline คือเส้นด้านข้างตลอดความยาวของสนาม ทำหน้าที่กำหนดความกว้างของพื้นที่เล่น
Centerline
Centerline เป็นเส้นแบ่งพื้นที่ Service Court ด้านซ้ายและด้านขวาออกจากกัน โดยลากจาก Baseline มาจนถึงบริเวณ Non-Volley Zone
Service Area
Service Area คือพื้นที่สำหรับการรับและส่งลูกเสิร์ฟ อยู่ถัดจาก Non-Volley Zone ไปทาง Baseline และถูกแบ่งเป็นฝั่งซ้ายและขวาด้วย Centerline
Kitchen หรือ Non-Volley Zone คืออะไร?
บริเวณที่เป็นเอกลักษณ์ของสนามพิคเคิลบอลคือ Non-Volley Zone หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Kitchen ซึ่งอยู่ติดกับตาข่ายทั้งสองด้าน
Non-Volley Zone มีระยะจากตาข่ายออกมาด้านละ 7 ฟุต หรือประมาณ 2.13 เมตร ทำให้พื้นที่ Kitchen รวมจากเส้นหนึ่งผ่านตาข่ายไปถึงอีกเส้นหนึ่งมีความลึกประมาณ 4.27 เมตร
พื้นที่นี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกติกาการเล่น โดยผู้เล่นไม่สามารถวอลเลย์ลูกขณะยืนอยู่ใน Non-Volley Zone ตามเงื่อนไขของกติกาพิคเคิลบอล
ดังนั้น การกำหนดตำแหน่งเส้น Kitchen ให้ถูกต้องจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการตีเส้นสนาม
ตาข่ายสนามพิคเคิลบอลสูงเท่าไหร่?
ตาข่ายพิคเคิลบอลมีความสูงไม่เท่ากันตลอดแนว โดยมีความสูงบริเวณด้านข้างประมาณ 36 นิ้ว หรือ 0.91 เมตร และบริเวณกึ่งกลางตาข่ายประมาณ 34 นิ้ว หรือ 0.86 เมตร
ดังนั้น หากกำลังติดตั้งสนามใหม่ ควรใช้ชุดเสาและตาข่ายที่ออกแบบสำหรับพิคเคิลบอลโดยเฉพาะ และตรวจสอบระดับความสูงของตาข่ายหลังติดตั้ง
สนามพิคเคิลบอลกลางแจ้งควรวางแนวไหน?
สำหรับสนามกลางแจ้ง USA Pickleball แนะนำให้พิจารณาวางแนวสนามในทิศ เหนือ–ใต้ หากสภาพพื้นที่เอื้ออำนวย เพื่อช่วยลดปัญหาผู้เล่นต้องหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์โดยตรงในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น
อย่างไรก็ตาม การกำหนดแนวสนามจริงยังต้องดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เช่น รูปร่างของที่ดิน อาคารโดยรอบ ต้นไม้ ระบบระบายน้ำ ตำแหน่งเสาไฟ ลม และทางเข้าออกของพื้นที่
ดังนั้นทิศเหนือ–ใต้ควรถูกใช้เป็นแนวทางประกอบการออกแบบ ไม่ควรพิจารณาแยกออกจากข้อจำกัดของพื้นที่จริง
มีพื้นที่จำกัด สามารถทำสนามพิคเคิลบอลได้หรือไม่?
คำตอบคือ สามารถพิจารณาได้ แต่ต้องดูขนาดและวัตถุประสงค์ของการใช้งาน
ตัวอย่างเช่น บ้านพักอาศัยอาจมีพื้นที่ไม่ถึงขนาดพื้นที่รวมที่แนะนำสำหรับสนามแข่งขัน แต่เจ้าของบ้านต้องการสนามสำหรับออกกำลังกายและเล่นภายในครอบครัว กรณีนี้อาจออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับข้อจำกัดได้ แต่ควรเข้าใจว่าพื้นที่นอกเส้นสนามที่ลดลงจะส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของผู้เล่น
หากมีพื้นที่ประมาณ 6.10 × 13.41 เมตร
พื้นที่ดังกล่าวเท่ากับขนาดภายในเส้นสนามเท่านั้น จึงแทบไม่มีพื้นที่สำหรับการเคลื่อนที่ออกนอกเส้น ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นขนาดพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดสำหรับสนามถาวร
หากมีพื้นที่ประมาณ 9.14 × 18.29 เมตร
เป็นขนาดใกล้เคียงพื้นที่รวมขั้นต่ำ 30 × 60 ฟุตที่ USA Pickleball แนะนำ จึงมีพื้นที่รอบสนามมากกว่าการทำพื้นเท่ากับเส้นสนามอย่างชัดเจน
หากมีพื้นที่ประมาณ 10.36 × 19.51 เมตร หรือมากกว่า
จะสามารถจัดพื้นที่รอบสนามได้มากขึ้นและเหมาะกับงานก่อสร้างสนามใหม่ โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการใช้งานต่อเนื่องหรือรองรับผู้เล่นหลายกลุ่ม
หากมีพื้นที่อยู่แล้วและไม่แน่ใจว่าขนาดดังกล่าวสามารถวางสนามได้อย่างไร ควรวัด ความกว้าง × ความยาวของพื้นที่จริง รวมถึงตำแหน่งเสา กำแพง อาคาร ท่อระบายน้ำ และสิ่งกีดขวาง แล้วจึงนำมาวาง Layout สนามก่อนเริ่มก่อสร้าง
สนามพิคเคิลบอลทำในร่มหรือกลางแจ้งได้หรือไม่?
สนามพิคเคิลบอลสามารถทำได้ทั้ง Indoor และ Outdoor โดยขนาดเส้นสนามยังคงอยู่ที่ 20 × 44 ฟุต แต่รายละเอียดการออกแบบพื้นและสภาพแวดล้อมจะแตกต่างกัน
สนามพิคเคิลบอลกลางแจ้ง
ควรให้ความสำคัญกับสภาพฐานพื้น ความลาดเอียง การระบายน้ำ แสงแดด ฝน รอยแตกร้าวของพื้นเดิม และระบบพื้นสนามที่เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกพื้นสำหรับพื้นที่ภายนอกได้ที่ พื้นสนามกีฬากลางแจ้ง
สนามพิคเคิลบอลในร่ม
สนามในร่มควรพิจารณาความสูงของอาคาร ระบบแสงสว่าง การระบายอากาศ ระยะห่างจากผนังและเสา รวมถึงคุณสมบัติของพื้นเดิมก่อนเลือกระบบพื้นสนาม
พื้นสนามพิคเคิลบอลควรใช้วัสดุอะไร?
การเลือกวัสดุสำหรับพื้นสนามพิคเคิลบอลควรพิจารณาร่วมกันหลายปัจจัย เช่น ลักษณะการใช้งาน สนามในร่มหรือกลางแจ้ง สภาพฐานเดิม งบประมาณ ความต้องการด้านการยึดเกาะของผิว การเด้งของลูก รวมถึงระดับความยืดหยุ่นที่ต้องการ
สำหรับงานพื้นสนามพิคเคิลบอล สามารถพิจารณาระบบพื้นได้หลายประเภท โดยระบบที่น่าสนใจสำหรับการใช้งาน ได้แก่ พื้น Acrylic และ พื้น PU แบบยืดหยุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติและลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน
1. พื้น Acrylic สำหรับสนามพิคเคิลบอล
พื้น Acrylic เป็นระบบพื้นประเภท Hard Court ที่นิยมใช้กับสนามกีฬาประเภทคอร์ต เช่น เทนนิสและพิคเคิลบอล โดยให้ผิวสัมผัสที่เหมาะกับการเคลื่อนที่ของผู้เล่น สามารถปรับระดับความฝืดของพื้นได้ และช่วยให้การเด้งของลูกมีความสม่ำเสมอเมื่อระบบพื้นและฐานได้รับการติดตั้งอย่างเหมาะสม
ระบบ Acrylic ยังสามารถออกแบบสีของพื้นที่ภายในสนามและพื้นที่รอบสนามให้แตกต่างกันได้ ช่วยให้มองเห็นเส้นและขอบเขตการเล่นได้ชัดเจน และเหมาะกับการทำสนามพิคเคิลบอลกลางแจ้งที่มีการเตรียมฐานคอนกรีตและระบบระบายน้ำอย่างเหมาะสม
สำหรับโครงการที่ต้องการลักษณะการเล่นแบบ Hard Court และให้ความสำคัญกับการตอบสนองของลูก พื้น Acrylic จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักที่ควรนำมาพิจารณา
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: วัสดุ Acrylic สำหรับพื้นสนามกีฬา
2. พื้น PU แบบยืดหยุ่น สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและการรองรับแรงกระแทก
พื้น PU แบบยืดหยุ่นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับโครงการที่ต้องการคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นของพื้นและการรองรับแรงกระแทกมากกว่าระบบ Hard Court ทั่วไป โดยชั้นพื้น PU สามารถช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งาน โดยเฉพาะสนามที่มีการใช้งานต่อเนื่อง สนามอเนกประสงค์ หรือพื้นที่ที่ต้องการลดความแข็งของพื้นเมื่อผู้เล่นเคลื่อนที่และหยุดตัว
อย่างไรก็ตาม การนำพื้น PU แบบยืดหยุ่นมาใช้กับสนามพิคเคิลบอลควรเลือกระบบที่ออกแบบสำหรับงานกีฬาโดยเฉพาะ และต้องพิจารณาคุณสมบัติของผิวหน้าให้เหมาะกับการเล่น เช่น ความฝืด การยึดเกาะ ความสม่ำเสมอของพื้น และการตอบสนองของลูก
หากเป็นสนามกลางแจ้ง ยังต้องตรวจสอบด้วยว่าระบบ PU ที่เลือกสามารถรองรับสภาพอากาศ แสงแดด ความชื้น และน้ำฝนได้เหมาะสมหรือไม่ รวมถึงต้องเตรียมฐานและระบบระบายน้ำให้ถูกต้อง
พื้น PU แบบยืดหยุ่นจึงเหมาะกับโครงการที่ให้ความสำคัญกับ ความยืดหยุ่น ความสบายของผู้เล่น และการรองรับแรงกระแทก แต่ควรพิจารณาร่วมกับลักษณะการใช้งานจริงของสนามก่อนตัดสินใจเลือกระบบ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: วัสดุ PU สำหรับพื้นสนามกีฬา
หากต้องการศึกษาคุณสมบัติของระบบ PU เพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ พื้นสนามกีฬา PU ดีอย่างไร? คุณสมบัติและข้อดีของระบบ PU
Acrylic หรือ PU แบบยืดหยุ่น ควรเลือกแบบไหนดี?
หากต้องการลักษณะสนามแบบ Hard Court ให้ความสำคัญกับการตอบสนองของลูกและผิวสนามที่เหมาะกับกีฬาประเภทคอร์ต ระบบ Acrylic มักเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนำมาพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ
แต่หากโครงการต้องการพื้นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ต้องการเพิ่มความสบายขณะใช้งาน หรือต้องการระบบพื้นสำหรับสนามอเนกประสงค์ที่ใช้งานร่วมกับกีฬาประเภทอื่น พื้น PU แบบยืดหยุ่นก็เป็นอีกทางเลือกที่สามารถนำมาพิจารณาได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือกระบบพื้นจากชนิดวัสดุเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาร่วมกันทั้ง ลักษณะการใช้งาน ความต้องการด้านการเด้งของลูก ความฝืดของผิว การรองรับแรงกระแทก สภาพฐานเดิม และการใช้งานในร่มหรือกลางแจ้ง
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาระบบพื้นสนามพิคเคิลบอลโดยเฉพาะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พื้นสนามพิคเคิลบอล ซึ่งอธิบายเรื่องวัสดุพื้น การออกแบบ และแนวทางการติดตั้งไว้โดยเฉพาะ
ก่อนสร้างสนามพิคเคิลบอลควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
การวางผังสนามให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดการแก้ไขภายหลัง โดยสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนก่อสร้าง ได้แก่
- วัดความกว้างและความยาวของพื้นที่จริง
- ตรวจสอบพื้นที่รอบสนามว่ามีเพียงพอหรือไม่
- ตรวจสอบระดับและความเรียบของพื้นเดิม
- พิจารณาความลาดเอียงและระบบระบายน้ำสำหรับสนามกลางแจ้ง
- ตรวจสอบตำแหน่งอาคาร กำแพง เสา ต้นไม้ และสิ่งกีดขวาง
- กำหนดตำแหน่งเสาตาข่ายและแนวเส้นสนาม
- พิจารณาทิศทางของสนามและแสงแดด
- วางตำแหน่งรั้วและประตูทางเข้าออก หากมี
- วางระบบไฟส่องสว่าง หากต้องใช้งานช่วงกลางคืน
- เลือกระบบพื้นให้เหมาะกับ Indoor หรือ Outdoor และลักษณะการใช้งาน
หากเป็นงานก่อสร้างใหม่ ควรวางตำแหน่งสนามและระดับพื้นให้เรียบร้อยก่อนเริ่มทำฐานคอนกรีต เพราะการแก้ขนาด ระดับ หรือระบบระบายน้ำหลังจากเทพื้นเสร็จแล้วมักทำได้ยากกว่าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
อย่าดูเฉพาะขนาดสนาม ต้องดูพื้นที่ใช้งานจริงด้วย
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างสนามพิคเคิลบอล ตัวเลขที่ควรจำมีอยู่ 3 ระดับ
ขนาดที่ 1 — 6.10 × 13.41 เมตร
คือขนาดภายในเส้นสนามมาตรฐาน 20 × 44 ฟุต
ขนาดที่ 2 — ประมาณ 9.14 × 18.29 เมตร
คือพื้นที่รวมประมาณ 30 × 60 ฟุต ซึ่ง USA Pickleball ระบุเป็นพื้นที่เล่นรวมขั้นต่ำที่แนะนำ
ขนาดที่ 3 — ประมาณ 10.36 × 19.51 เมตร
คือพื้นที่รวมประมาณ 34 × 64 ฟุต ซึ่งให้พื้นที่รอบสนามมากขึ้นและเหมาะกับการพิจารณาสำหรับงานก่อสร้างใหม่
ดังนั้น หากเจ้าของพื้นที่บอกว่า “มีพื้นที่ประมาณ 7 × 14 เมตร ทำสนามพิคเคิลบอลได้ไหม?” คำตอบไม่ควรพิจารณาเพียงว่าสามารถใส่เส้นสนาม 6.10 × 13.41 เมตรลงไปได้หรือไม่ แต่ควรดูว่าหลังจากตีเส้นแล้วเหลือพื้นที่ด้านข้างและด้านหลังเพียงพอกับรูปแบบการใช้งานหรือไม่ด้วย
มีพื้นที่อยู่แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าทำสนามพิคเคิลบอลได้หรือไม่?
หากคุณมีพื้นที่สำหรับบ้าน โรงเรียน หมู่บ้าน โรงแรม รีสอร์ต สโมสร หรือโครงการกีฬา และต้องการทราบว่าสามารถวางสนามพิคเคิลบอลได้หรือไม่ สามารถเตรียม ขนาดพื้นที่กว้าง × ยาว พร้อมภาพถ่ายหน้างาน เพื่อใช้ประกอบการประเมินรูปแบบสนามและระบบพื้นที่เหมาะสม
Sukrita2008 ให้บริการงานพื้นสนามกีฬา และสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวางพื้นที่ ระบบพื้น และรายละเอียดที่ควรพิจารณาก่อนติดตั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขนาดสนามพิคเคิลบอล
1. สนามพิคเคิลบอลมาตรฐานมีขนาดเท่าไร?
สนามพิคเคิลบอลมาตรฐานมีขนาดภายในเส้นสนาม 20 × 44 ฟุต หรือประมาณ 6.10 × 13.41 เมตร แต่ควรมีพื้นที่เพิ่มเติมรอบสนามสำหรับการเคลื่อนที่ของผู้เล่น
2. สนามพิคเคิลบอลประเภทเดี่ยวและคู่ขนาดเท่ากันหรือไม่?
เท่ากัน ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ใช้สนามขนาด 20 × 44 ฟุต หรือประมาณ 6.10 × 13.41 เมตร
3. ต้องเตรียมพื้นที่ทั้งหมดเท่าไรสำหรับสนามพิคเคิลบอล 1 สนาม?
USA Pickleball ระบุพื้นที่เล่นรวมขั้นต่ำที่แนะนำประมาณ 30 × 60 ฟุต หรือ 9.14 × 18.29 เมตร และพื้นที่ประมาณ 34 × 64 ฟุต หรือ 10.36 × 19.51 เมตร เป็นขนาดที่เหมาะสมกว่าสำหรับงานก่อสร้างใหม่และการใช้งานที่ต้องการพื้นที่รอบสนามมากขึ้น
4. Kitchen หรือ Non-Volley Zone มีระยะเท่าไร?
Non-Volley Zone หรือ Kitchen มีระยะจากตาข่ายออกไปด้านละ 7 ฟุต หรือประมาณ 2.13 เมตร
5. ตาข่ายสนามพิคเคิลบอลสูงเท่าไร?
ตาข่ายมีความสูงประมาณ 36 นิ้ว หรือ 0.91 เมตร บริเวณด้านข้าง และประมาณ 34 นิ้ว หรือ 0.86 เมตรบริเวณกึ่งกลางตาข่าย
6. พื้นที่จำกัดสามารถทำสนามพิคเคิลบอลได้หรือไม่?
สามารถพิจารณาได้ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน แต่ไม่ควรดูเฉพาะว่าพื้นที่สามารถวางเส้นสนามขนาด 6.10 × 13.41 เมตรได้หรือไม่ ต้องตรวจสอบพื้นที่รอบสนามด้วย หากพื้นที่รวมมีขนาดเล็กกว่าพื้นที่ที่แนะนำ ผู้ใช้งานควรเข้าใจข้อจำกัดด้านการเคลื่อนที่และความปลอดภัยก่อนตัดสินใจก่อสร้าง
สรุป
ขนาดสนามพิคเคิลบอลมาตรฐานคือ 20 × 44 ฟุต หรือประมาณ 6.10 × 13.41 เมตร ใช้ขนาดเดียวกันทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงขนาดภายในเส้นสนามเท่านั้น
สำหรับการวางแผนสร้างสนามจริง ควรเผื่อพื้นที่โดยรวมอย่างน้อยประมาณ 30 × 60 ฟุต หรือ 9.14 × 18.29 เมตร และหากเป็นงานก่อสร้างใหม่ที่มีพื้นที่เพียงพอ การวางพื้นที่ประมาณ 34 × 64 ฟุต หรือ 10.36 × 19.51 เมตร จะช่วยให้มีพื้นที่ด้านข้างและด้านหลังสนามมากขึ้น
นอกจากขนาดแล้ว ยังควรพิจารณาเรื่องฐานพื้น ความลาดเอียง ระบบระบายน้ำ แนววางสนาม ตำแหน่งตาข่าย แสงสว่าง รั้ว และวัสดุพื้นสนามร่วมกัน เพราะองค์ประกอบทั้งหมดมีผลต่อการใช้งานสนามในระยะยาว
หากกำลังศึกษาเรื่องขนาดของสนามกีฬาแต่ละประเภทเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ ขนาดสนามกีฬา มาตรฐาน หรือดูรายละเอียดเกี่ยวกับระบบพื้นโดยตรงที่ พื้นสนามพิคเคิลบอล
แหล่งอ้างอิง
USA Pickleball – What Is Pickleball? Court & Layout
https://usapickleball.org/what-is-pickleball/
USA Pickleball – Pickleball Court Construction, Lighting & Shading
https://usapickleball.org/construction/
USA Pickleball – Court Construction & Maintenance Manual
https://usapickleball.org/construction/manual/