พื้นสนามวอลเลย์บอล PU คืออะไร? พื้นยางไร้รอยต่อสำหรับสนามวอลเลย์บอลในร่มและโรงยิม

พื้นสนามวอลเลย์บอล PU หรือพื้นยาง PU ไร้รอยต่อ (Polyurethane Sports Flooring) เป็นระบบพื้นกีฬาที่ทำบนหน้างานแบบต่อเนื่อง ไม่มีรอยต่อระหว่างแผ่น และออกแบบให้มีความยืดหยุ่นรองรับการกระโดดได้ ความหนาที่ใช้กับสนามวอลเลย์บอลโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3–4 มม. เหมาะกับสนามวอลเลย์บอลในร่ม โรงยิม อาคารกีฬา โรงเรียน มหาวิทยาลัย และพื้นที่กีฬาอเนกประสงค์

จุดเด่นของระบบ PU คือผิวพื้นต่อเนื่อง ไม่มีรอยต่อระหว่างแผ่น สามารถออกแบบสีและเส้นสนามได้หลายรูปแบบ และให้ความรู้สึกในการใช้งานแตกต่างจากพื้น Hard Court เช่น คอนกรีตทาสีหรือ Acrylic

อย่างไรก็ตาม คำว่า PU เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับตัดสินคุณภาพของพื้น เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างระบบ ความหนา วัสดุแต่ละชั้น สภาพฐานพื้น ความชื้น และวิธีติดตั้งร่วมกัน

หากกำลังเปรียบเทียบ PU กับระบบพื้นชนิดอื่น ดูภาพรวมและบริการรับทำพื้นสนามวอลเลย์บอลได้ที่หน้าหลัก ส่วนหน้านี้อธิบายเฉพาะพื้นยาง PU สำหรับสนามวอลเลย์บอลโดยตรง

กำลังพิจารณาพื้นยาง PU สำหรับสนามวอลเลย์บอล?

ส่งขนาดพื้นที่ จังหวัด รูปหรือวิดีโอพื้นเดิม และแจ้งว่าเป็นสนามในร่ม กลางแจ้ง หรืออาคารกึ่งเปิด เพื่อให้ทีม Sukrita2008 ช่วยประเมินระบบ PU และงานเตรียมพื้นเบื้องต้น

โทร 081-392-6356 | แชทผ่าน LINE @sukrita | ติดต่อ Sukrita2008

คำตอบสั้น: PU เหมาะกับสนามวอลเลย์บอลหรือไม่?

เหมาะ โดยเฉพาะสนามวอลเลย์บอลในร่มที่ต้องการพื้นต่อเนื่องและมีความยืดหยุ่น เช่น โรงยิม อาคารกีฬา โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์กีฬา และสนามกีฬาอเนกประสงค์

ระบบที่ Sukrita2008 ใช้ประเมินงานสนามวอลเลย์บอลคือพื้นยาง PU หนา 3–4 มม. ราคาประมาณ 1,200–1,800 บาท/ตร.ม. รวมติดตั้ง

สำหรับโครงการในร่ม ควรนำ PU ไปเปรียบเทียบกับ PVC Sports Flooring ด้วย เพราะทั้งสองระบบสามารถใช้กับพื้นที่กีฬาในอาคารได้ แต่มีโครงสร้าง วิธีติดตั้ง ลักษณะผิว และการดูแลแตกต่างกัน

หากเป็นสนามกลางแจ้ง ต้องเลือกระบบ PU ที่ออกแบบสำหรับ Outdoor โดยเฉพาะ ไม่ควรนำระบบ PU สำหรับ Indoor ไปใช้กลางแจ้งโดยอัตโนมัติ

พื้นสนามวอลเลย์บอล PU คืออะไร?

PU ย่อมาจาก Polyurethane เป็นวัสดุที่สามารถนำมาออกแบบเป็นระบบพื้นกีฬาได้หลายรูปแบบ ระบบสำหรับสนามกีฬาโดยทั่วไปติดตั้งเป็นชั้นต่อเนื่องบนฐานพื้นที่เตรียมไว้

จึงไม่ควรเข้าใจว่าพื้น PU เป็นเพียง “สีทาพื้น” เพราะระบบจริงอาจประกอบด้วย Primer ชั้นปรับผิว ชั้นยืดหยุ่น ชั้น PU และ Topcoat โดยรายละเอียดแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และวัตถุประสงค์ของโครงการ

หากต้องการศึกษา PU ในเชิงวัสดุและโครงสร้างโดยไม่จำกัดเฉพาะวอลเลย์บอล อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วัสดุ PU สำหรับพื้นสนามกีฬา

โครงสร้างพื้นสนามวอลเลย์บอล PU โดยทั่วไป

ระบบของผู้ผลิตแต่ละรายอาจแตกต่างกัน แต่สามารถอธิบายองค์ประกอบพื้นฐานได้ดังนี้

1. Subfloor หรือฐานพื้น

ฐานพื้นต้องมีความแข็งแรง เรียบ สะอาด และอยู่ในสภาพที่เหมาะกับระบบที่จะติดตั้ง หากฐานมีรอยแตกร้าว การทรุด ความชื้น หรือผิวเดิมไม่แข็งแรง ต้องแก้ปัญหาก่อนเริ่มระบบ PU

2. Primer

Primer ทำหน้าที่ช่วยสร้างการยึดเกาะระหว่างฐานกับระบบด้านบน การเลือก Primer ต้องเหมาะกับประเภทฐานและเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

3. ชั้นปรับผิวหรือชั้นรองรับ

ระบบบางชนิดมีชั้นสำหรับปรับความพรุน ความไม่สม่ำเสมอ หรือช่วยสร้างโครงสร้างของระบบ ก่อนติดตั้งชั้น PU หลัก

4. ชั้น PU แบบยืดหยุ่น

เป็นส่วนสำคัญของระบบที่กำหนดลักษณะความยืดหยุ่น ความหนาและโครงสร้างต้องเป็นไปตามรายละเอียดของระบบที่เลือก ไม่ควรกำหนดจากตัวเลขความหนาเพียงอย่างเดียว

5. Topcoat หรือชั้นผิว

เป็นชั้นที่สัมผัสกับการใช้งาน มีผลต่อสี ลักษณะผิว การยึดเกาะ การทำความสะอาด และความทนทานของระบบ

6. เส้นสนาม

หลังระบบพื้นพร้อมจึงกำหนด Layout และตีเส้นสนาม หากเป็นสนามอเนกประสงค์ควรวางแผนสีเส้นของแต่ละกีฬาให้แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ทำไม PU จึงเหมาะกับกีฬาวอลเลย์บอล?

วอลเลย์บอลมีการกระโดด ลงน้ำหนัก พุ่งรับลูก หยุดตัว และเปลี่ยนทิศทางซ้ำ ๆ ระบบพื้นที่มีความยืดหยุ่นจึงสามารถให้ความรู้สึกในการเล่นแตกต่างจากพื้นแข็งทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ระดับการรองรับแรงกระแทก การยึดเกาะ และสมรรถนะของพื้นจริงต้องดูจากข้อมูลและผลทดสอบของระบบหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริง ไม่ควรสรุปว่าพื้น PU ทุกระบบมีสมรรถนะเหมือนกัน

ข้อดีของพื้นสนามวอลเลย์บอล PU

พื้นต่อเนื่อง ไม่มีรอยต่อระหว่างแผ่น

PU เป็นระบบที่ทำต่อเนื่องบนหน้างาน จึงไม่มีแนวรอยต่อแบบวัสดุแผ่นหรือม้วน ทำให้ผิวสนามดูเป็นผืนเดียวกัน

สามารถออกแบบให้มีความยืดหยุ่น

ระบบ PU Sports Flooring สามารถออกแบบโครงสร้างให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าพื้น Hard Court โดยระดับสมรรถนะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของระบบ

เหมาะกับอาคารกีฬาอเนกประสงค์

สามารถออกแบบสีและเส้นสำหรับวอลเลย์บอลร่วมกับแบดมินตัน บาสเกตบอล หรือกีฬาอื่นได้ หากระบบพื้นเหมาะกับกีฬาที่ต้องการใช้งานร่วมกัน

ออกแบบสีสนามได้หลายรูปแบบ

สามารถแยกสีพื้นที่เล่น พื้นรอบสนาม และสีเส้นตาม Layout ของโครงการ โดยควรเลือกสีให้มองเห็นเส้นสนามได้ชัดเจนภายใต้แสงจริงของอาคาร

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกพื้น PU

ฐานพื้นต้องพร้อม

PU ไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างของฐานที่ทรุด แตกร้าวรุนแรง หรือเป็นโพรงได้โดยตัวระบบเอง หากฐานมีปัญหาต้องแก้สาเหตุก่อน

ความชื้นมีผลต่อการยึดเกาะ

หากมีความชื้นจากฐานหรือมีประวัติพื้นเดิมโป่ง พอง หรือหลุดล่อน ควรตรวจสาเหตุและประเมินวิธีแก้ก่อนติดตั้ง PU

ต้องติดตั้งตามขั้นตอนของระบบ

PU เป็นระบบหลายชั้น แต่ละชั้นต้องทำตามอัตราการใช้และระยะเวลาของวัสดุที่กำหนด จึงไม่ควรลดขั้นตอนเพียงเพื่อให้ทำงานเร็วขึ้น

พื้นวอลเลย์บอล PU ควรหนาเท่าไหร่?

ระบบ PU Sports Flooring มีหลายโครงสร้างและหลายความหนา ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับสนามวอลเลย์บอลทุกโครงการ

สำหรับสนามวอลเลย์บอล ราคาที่ Sukrita2008 ใช้ประเมินงานอ้างอิงพื้นยาง PU 3–4 มม. ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับสนามแบดมินตัน ผลงานพื้นยาง PU ที่ผ่านมาของ Sukrita2008 ใช้ระบบ 3 มม.

การเลือกระบบควรดูร่วมกันทั้ง

  • โครงสร้างของระบบ
  • ชนิดวัสดุในแต่ละชั้น
  • ความยืดหยุ่นที่ต้องการ
  • ผลทดสอบสมรรถนะของระบบ
  • ระดับและความถี่ในการใช้งาน
  • สภาพฐานพื้น
  • Indoor หรือ Outdoor

ดังนั้นจึงไม่ควรตั้งเกณฑ์ว่า “ยิ่งหนายิ่งดี” หรือแบ่งระดับการแข่งขันจากความหนาเพียงอย่างเดียว

PU Sports Flooring ต่างจาก PU Coating Hard Court อย่างไร?

สองระบบนี้ไม่ควรถูกนำมารวมเป็นประเภทเดียวกันเพียงเพราะมีคำว่า PU เหมือนกัน

PU Sports Flooring แบบยืดหยุ่น

ออกแบบให้ระบบมีความยืดหยุ่น เหมาะกับอาคารกีฬาและพื้นที่กีฬาที่ต้องการลดความรู้สึกกระด้างจากพื้นแข็ง ช่วยลดการบาดเจ็บได้เมื่อล้มกระแทก 

PU Coating Hard Court

เป็นระบบผิวแบบ Hard Court มีความแข็งมากกว่า และเหมาะกับพื้นที่อเนกประสงค์บางประเภทที่ต้องการลักษณะผิวแข็ง 

อ่านรายละเอียดแยกได้ที่ PU Coating Hard Court

PU กับ PVC สำหรับสนามวอลเลย์บอลต่างกันอย่างไร?

PU

เป็นระบบพื้นต่อเนื่องที่ติดตั้งหน้างาน ไม่มีรอยต่อระหว่างแผ่น และสามารถออกแบบโครงสร้างความยืดหยุ่นตามระบบ

PVC Sports Flooring

เป็นวัสดุพื้นสำเร็จรูปแบบแผ่นหรือม้วน มีหลายโครงสร้างและระดับสมรรถนะ ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นต้องพิจารณาจาก Technical Data Sheet ของผู้ผลิต

ทั้งสองระบบสามารถเป็นตัวเลือกสำหรับพื้นที่กีฬาในร่มได้ การเลือกควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน พื้นเดิม ระบบที่ต้องการ งบประมาณ และข้อกำหนดของโครงการ

ข้อมูล PVC ในเชิงวัสดุสามารถอ่านได้ที่ วัสดุแผ่นพื้น PVC สำหรับสนามกีฬา

PU กับ Acrylic ต่างกันอย่างไร?

Acrylic Sports Flooring เป็นระบบ Hard Court ที่นิยมใช้กับสนามกีฬากลางแจ้ง ส่วน PU Sports Flooring มีความยืดหยุ่น สามารถใช้ได้กับสนามในร่มและสนามกลางแจ้ง (กลางแจ้งต้องใช้ระบบที่ออกแบบเฉพาะสำหรับ outdoor)

จึงไม่ควรตัดสินว่าระบบใดดีกว่าโดยรวม แต่ควรเลือกตาม Indoor/Outdoor รูปแบบการเล่น ฐานพื้น และวัตถุประสงค์ของพื้นที่

อ่านรายละเอียด Acrylic ได้ที่ วัสดุ Acrylic สำหรับพื้นสนามกีฬา

PU สำหรับสนามวอลเลย์บอลในร่ม

สนามในร่มเป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้งานหลักของ PU Sports Flooring เพราะสามารถควบคุมฝน แสงแดด และสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าพื้นที่กลางแจ้ง

โครงการที่สามารถนำ PU มาพิจารณา ได้แก่

  • โรงยิมโรงเรียน
  • อาคารกีฬามหาวิทยาลัย
  • ศูนย์กีฬา
  • สนามของหน่วยงานราชการ
  • โรงงานและอาคารกิจกรรมพนักงาน
  • สนามกีฬาอเนกประสงค์
  • สนามฝึกซ้อมในอาคาร

PU สำหรับสนามวอลเลย์บอลกลางแจ้งได้หรือไม่?

สามารถใช้ได้ในบางระบบ หากผู้ผลิตออกแบบระบบนั้นสำหรับ Outdoor โดยเฉพาะ ไม่ควรนำ PU สำหรับ Indoor ไปใช้กลางแจ้งเพียงเพราะเป็นวัสดุ Polyurethane เหมือนกัน

ระบบ Outdoor ต้องพิจารณาแสง UV ฝน ความชื้น อุณหภูมิ และการระบายน้ำ รวมถึงความเหมาะสมของ Primer ชั้น PU และ Topcoat ทั้งระบบ

หากเป็นโครงการสนามวอลเลย์บอลกลางแจ้งโดยเฉพาะ อ่านเพิ่มเติมที่ พื้นสนามวอลเลย์บอลกลางแจ้ง

ขนาดสนามวอลเลย์บอลควรดูจากหน้าไหน?

หน้านี้เน้นเรื่องระบบพื้น PU ส่วนขนาดสนาม เส้นสนาม Free Zone เขตเสิร์ฟ ความสูงตาข่าย และพื้นที่เหนือสนาม แยกไว้ในหน้า ขนาดสนามวอลเลย์บอล โดยเฉพาะ

สนามวอลเลย์บอลมาตรฐาน มีพื้นที่เล่น 18 × 9 เมตร แต่การวางสนามจริงต้องพิจารณาพื้นที่รอบสนามเพิ่มเติม เช่น 24 x 15 เมตร 

อ่านรายละเอียดทั้งหมดที่ ขนาดสนามวอลเลย์บอล มาตรฐาน FIVB

ก่อนทำ PU ต้องตรวจพื้นเดิมอะไรบ้าง?

  • ความแข็งแรงของฐานพื้น
  • ความเรียบและระดับพื้น
  • รอยแตกร้าว
  • การทรุดหรือการเคลื่อนตัว
  • ความชื้น
  • ผิวคอนกรีตเป็นฝุ่นหรือไม่
  • คราบน้ำมันหรือสิ่งปนเปื้อน
  • ระบบสีหรือวัสดุเดิมที่ต้องรื้อ

หากพบปัญหาจากฐาน ควรแก้สาเหตุก่อนติดตั้งระบบ PU เพราะชั้นพื้นกีฬาไม่ใช่โครงสร้างที่ใช้แก้การทรุดหรือความเสียหายของฐานคอนกรีตได้

ความชื้นสำคัญกับพื้น PU อย่างไร?

ความชื้นจากฐานสามารถส่งผลต่อการยึดเกาะของระบบได้ หากพบคราบชื้น การโป่งพองของระบบเดิม หรือมีประวัติน้ำซึม ควรตรวจหาสาเหตุก่อนเริ่มงาน

วิธีเตรียมพื้นและ Primer ที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากสภาพหน้างานและคำแนะนำของระบบวัสดุ ไม่ควรใช้วิธีเดียวกับทุกพื้นที่

ขั้นตอนติดตั้งพื้นสนามวอลเลย์บอล PU

  1. สำรวจพื้นที่และรูปแบบการใช้งาน
  2. ตรวจความเรียบ รอยแตกร้าว และความชื้นของฐาน
  3. ขัดและเตรียมผิวตามสภาพพื้น
  4. ซ่อมหรือปรับพื้นในจุดที่จำเป็น
  5. ลง Primer ตามระบบ
  6. ติดตั้งชั้นปรับและชั้น PU ตามโครงสร้างที่กำหนด
  7. ทำ Topcoat และสีสนาม
  8. วาง Layout และตีเส้นสนาม
  9. ตรวจสภาพงานก่อนส่งมอบ

Sukrita2008 รับทำพื้นสนามวอลเลย์บอล PU อย่างไร?

Sukrita2008 รับทำพื้นยาง PU สำหรับสนามวอลเลย์บอลในร่ม โรงยิม อาคารกีฬา และสนามอเนกประสงค์ รับงานทั่วประเทศ โดยเริ่มจากตรวจหน้างานก่อนกำหนดระบบ ขอบเขตงานโดยทั่วไปประกอบด้วย

  • ตรวจขนาดพื้นที่ รูปแบบการใช้งาน สภาพพื้นเดิม และความชื้นจากรูปหรือการสำรวจหน้างาน
  • กำหนดความหนาและโครงสร้างระบบ PU ให้ตรงกับการใช้งาน
  • เตรียมพื้น ซ่อมรอยแตก และปรับความเรียบก่อนลงระบบ
  • ลง Primer ชั้น PU และ Topcoat ตามขั้นตอนของระบบ
  • วาง Layout และตีเส้นสนามวอลเลย์บอล รวมถึงเส้นกีฬาอื่นหากเป็นสนามอเนกประสงค์

ผลงานพื้นยาง PU ที่ผ่านมา

ผลงานพื้นยาง PU ของ Sukrita2008 ที่ผ่านมาเป็นสนามแบดมินตัน ซึ่งใช้ระบบพื้นยาง PU แบบเดียวกัน ความหนา 3 มม. ทั้งสนามให้เช่าที่ศรีราชา ชลบุรี ศาลาประชาคมเทศบาลตำบลแสนตุ้ง ตราด และสนามในบ้านที่กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดได้ที่ พื้นสนามแบดมินตัน PU และ ผลงานสนามแบดมินตัน แสนตุ้ง ตราด

ส่วนผลงานสนามวอลเลย์บอลของ Sukrita2008 เป็นระบบอะคริลิคและ PU Coating ผิวแข็ง ทั้งในระยอง ตาก ปัตตานี และน่าน ดูได้ที่หน้ารับทำพื้นสนามวอลเลย์บอล

พื้นยาง PU สนามวอลเลย์บอลราคาเท่าไหร่?

ราคาโดยประมาณปี 2569 รวมติดตั้ง พื้นยาง PU 3–4 มม. อยู่ที่ 1,200–1,800 บาท/ตร.ม. พื้นที่ 24 × 15 เมตร (360 ตร.ม. รวมพื้นที่รอบสนาม) ใช้งบเฉพาะระบบพื้นราว 432,000–648,000 บาท ยังไม่รวมงานพื้นคอนกรีต ราคาจริงขึ้นกับ

  • ขนาดพื้นที่ติดตั้งทั้งหมด
  • ความหนาและโครงสร้างระบบ PU
  • สภาพฐานเดิม งานซ่อมรอยแตก และงานปรับระดับ
  • ความชื้นและงานเตรียมฐาน
  • จำนวนสีและเส้นกีฬา
  • Indoor หรือ Outdoor
  • สถานที่หน้างานและข้อจำกัดในการเข้าทำงาน

จึงควรเปรียบเทียบราคาจากโครงสร้างระบบและขอบเขตงานเดียวกัน ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาต่อตารางเมตร

ตารางงบ 3 ขนาดพื้นที่ เทียบกับแผ่น PVC อะคริลิค และ PU Coating ดูได้ที่ ราคาพื้นสนามวอลเลย์บอล และภาพรวมทุกกีฬาที่ ราคาพื้นสนามกีฬา

การดูแลพื้นสนามวอลเลย์บอล PU

  • กำจัดฝุ่นและเศษวัสดุเป็นประจำ
  • ใช้น้ำยาและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับ Topcoat
  • หลีกเลี่ยงการลากของหนักหรือของมีคม
  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันพื้นเมื่อต้องนำของหนักเข้าพื้นที่
  • ตรวจผิวสนามและเส้นสนามเป็นระยะ
  • แก้ไขจุดเสียหายก่อนลุกลาม
  • หากเป็น Outdoor ควรดูแลทางระบายน้ำและตรวจจุดน้ำขัง

FAQ พื้นสนามวอลเลย์บอล PU

พื้นสนามวอลเลย์บอล PU คืออะไร?

เป็นระบบพื้นกีฬาที่ใช้ Polyurethane เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง ติดตั้งเป็นระบบต่อเนื่องบนฐานพื้นที่เตรียมไว้ และสามารถออกแบบให้มีความยืดหยุ่น เหมาะกับสนามวอลเลย์บอลในร่มและอาคารกีฬาอเนกประสงค์หลายประเภท

พื้น PU เหมาะกับสนามวอลเลย์บอลในร่มหรือไม่?

เหมาะได้ โดยเฉพาะโรงยิม อาคารกีฬา โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสนามอเนกประสงค์ที่ต้องการพื้นต่อเนื่องและมีความยืดหยุ่น แต่ควรเลือกระบบตามสเปกและรูปแบบการใช้งานจริง

พื้นวอลเลย์บอล PU ควรหนาเท่าไหร่?

สนามวอลเลย์บอลโดยทั่วไปใช้พื้นยาง PU ประมาณ 3–4 มิลลิเมตร แต่ไม่ควรเลือกจากความหนาเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาโครงสร้างระบบ วัสดุแต่ละชั้น ระดับความยืดหยุ่น ผลทดสอบ การใช้งาน และสภาพฐานพื้นร่วมกัน

PU ใช้กับสนามวอลเลย์บอลกลางแจ้งได้หรือไม่?

ใช้ได้ในบางระบบหากเป็น PU ที่ออกแบบสำหรับ Outdoor โดยเฉพาะ โดย Primer ชั้น PU และ Topcoat ต้องรองรับแสงแดด ฝน และสภาพอากาศ ไม่ควรนำระบบ Indoor ไปใช้กลางแจ้งโดยอัตโนมัติ

PU Sports Flooring กับ PU Coating Hard Court เหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน PU Sports Flooring แบบยืดหยุ่นออกแบบให้พื้นมีความยืดหยุ่นมากกว่า ส่วน PU Coating Hard Court เป็นระบบผิวแข็งและมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน

PU กับ PVC สำหรับสนามวอลเลย์บอลต่างกันอย่างไร?

PU เป็นระบบพื้นต่อเนื่องที่ทำหน้างาน ส่วน PVC เป็นวัสดุแผ่นหรือม้วนสำเร็จรูป ทั้งสองระบบสามารถใช้กับพื้นที่กีฬาในร่มได้ แต่มีโครงสร้าง วิธีติดตั้ง และคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงควรเปรียบเทียบจากสเปกจริง

ก่อนติดตั้ง PU ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ควรตรวจความแข็งแรงของฐาน ความเรียบ รอยแตกร้าว การทรุด ความชื้น คราบน้ำมัน ผิวคอนกรีต และวัสดุเดิม เพื่อแก้ปัญหาที่ฐานก่อนติดตั้งระบบใหม่

พื้นยาง PU สนามวอลเลย์บอลราคาเท่าไหร่?

ปี 2569 พื้นยาง PU 3–4 มม. ราคาประมาณ 1,200–1,800 บาทต่อตารางเมตรรวมติดตั้ง หรือราว 432,000–648,000 บาทสำหรับพื้นที่ 24 × 15 เมตร (360 ตร.ม.) ยังไม่รวมงานพื้นคอนกรีต ราคาจริงขึ้นกับความหนา สภาพพื้นเดิม จำนวนพื้นที่ และสถานที่หน้างาน

Sukrita2008 รับทำพื้นสนามวอลเลย์บอล PU หรือไม่?

รับทำ ทั้งโรงยิม อาคารกีฬา โรงเรียน และสนามอเนกประสงค์ในร่ม รับงานทั่วประเทศ ผลงานพื้นยาง PU ที่ผ่านมาเป็นสนามแบดมินตันระบบ 3 มม. ที่ศรีราชา ตราด และกรุงเทพฯ ซึ่งใช้ระบบพื้นแบบเดียวกัน

สรุป

พื้นสนามวอลเลย์บอล PU เป็นหนึ่งในระบบที่เหมาะกับสนามวอลเลย์บอลในร่มและอาคารกีฬาอเนกประสงค์ โดยมีจุดเด่นคือพื้นต่อเนื่องและสามารถออกแบบระบบให้มีความยืดหยุ่นได้

การเลือก PU ไม่ควรพิจารณาจากความหนาหรือราคาต่อตารางเมตรเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูโครงสร้างระบบ ผลทดสอบ สภาพฐานพื้นปูน ความชื้น วิธีติดตั้ง และลักษณะการใช้งานจริงร่วมกัน

หากเป็นสนามกลางแจ้งต้องเลือกเฉพาะระบบที่ออกแบบสำหรับ Outdoor ส่วนข้อมูลขนาดสนามและมาตรฐานควรอ้างอิงจากหน้า ขนาดสนามวอลเลย์บอล แยกต่างหาก

ดูงบ 3 ขนาดพื้นที่ได้ที่ ราคาพื้นสนามวอลเลย์บอล หรือดูบริการทั้งหมดที่ รับทำพื้นสนามวอลเลย์บอล

รับทำพื้นสนามวอลเลย์บอล PU ปรึกษา Sukrita2008

ส่งขนาดพื้นที่ จังหวัด รูปพื้นเดิม และแจ้งว่าเป็นโรงยิม อาคารกีฬา หรือสนามอเนกประสงค์ เพื่อให้ทีม Sukrita2008 ช่วยแนะนำระบบพื้นยาง PU และประเมินงบเบื้องต้น

โทร 081-392-6356 | แชทผ่าน LINE @sukrita | ติดต่อ Sukrita2008