พื้นสนามกีฬาหลายชนิด

รับติดตั้งพื้นสนามกีฬาหลายชนิด

 พื้นสนามกีฬา และวัสดุพื้นสนามกีฬา คุณภาพสูง

 ระบบ PU และอะคริลิค มาตรฐานกลางแจ้ง ทนแดด กันลื่น อายุการใช้งานยาว

 การเลือก พื้นสนามกีฬา ที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือเรื่อง “ความปลอดภัย มาตรฐาน และอายุการใช้งานระยะยาว” ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หมู่บ้าน โครงการภาครัฐ หรือสนามเอกชน การเลือก วัสดุพื้นสนามกีฬา ที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้อย่างชัดเจน

 ประเภทของวัสดุพื้นสนามกีฬา

 1️⃣ พื้นสนามกีฬา PU (Polyurethane)

 พื้นสนามกีฬา PU เป็นระบบพื้นยืดหยุ่นสูง ทนแรงกระแทก และทนรังสี UV เหมาะสำหรับสนามกลางแจ้งที่ต้องการความทนทานและความปลอดภัย

 จุดเด่นของพื้น PU

-ลดแรงกระแทก ป้องกันการบาดเจ็บ -กันลื่น ควบคุมค่าความหยาบได้ -ทนแดด ไม่เหลืองง่าย -ระบบไร้รอยต่อ (Seamless) -อายุการใช้งาน 5–8 ปีขึ้นไป

 เหมาะกับกีฬา -พื้นสนามบาสเกตบอล -พื้นสนามฟุตซอล -พื้นสนามวอลเลย์บอล -พื้นสนามเทนนิส -พื้นสนามแบดมินตัน -พื้นสนามอเนกประสงค์ -พื้นยางลู่วิ่ง 

 2️⃣ พื้นสนามกีฬาอะคริลิค (Acrylic)

 วัสดุพื้นสนามกีฬาอะคริลิค เป็นระบบผิวแข็ง (Hard Court) นิยมใช้ในสนามบาส สนามเทนนิส และสนามอเนกประสงค์กลางแจ้ง

 จุดเด่นของพื้นอะคริลิค -ราคาประหยัดกว่า PU -ทนแดดดี -สีสดใส -ดูแลรักษาง่าย

 ข้อจำกัด -ซับแรงกระแทกน้อยกว่า PU -ผิวแข็งกว่า

 

 เปรียบเทียบ พื้นสนามกีฬา PU vs อะคริลิค

คุณสมบัติ

PU

Acrylic

ความยืดหยุ่น

สูง

ต่ำกว่า

ลดแรงกระแทก

ดีมาก

ปานกลาง

ราคา

สูงกว่า

ประหยัด

อายุการใช้งาน

5–8 ปี

4–6 ปี

เหมาะกับ

สนามคุณภาพสูง

สนามทั่วไป

 









โครงสร้างระบบพื้นสนามกีฬามาตรฐาน

 การติดตั้งพื้นสนามกีฬาไม่ใช่แค่ทาสี แต่เป็นระบบหลายชั้น:

1.พื้นคอนกรีตกำลังอัด 240–300 ksc 2.ชั้นรองพื้น (Primer) 3.ชั้น Basecoat ปรับระดับ 4.ชั้นเสริมความแข็งแรง 5.Topcoat กัน UV และกันลื่น 6.ตีเส้นสนามตามมาตรฐาน

 งานที่ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน จะช่วยให้พื้นใช้งานได้นานและลดปัญหารอยแตกร้าว

 

 เลือกวัสดุพื้นสนามกีฬาอย่างไรให้เหมาะกับโครงการ

  โรงเรียน

 แนะนำ PU เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

  โครงการหมู่บ้าน

 เลือกได้ทั้ง PU และอะคริลิค ขึ้นกับงบประมาณ

  หน่วยงานราชการ

 เน้นมาตรฐานและอายุการใช้งานระยะยาว

  สนามเอกชน

 เลือกตามประเภทกีฬาและภาพลักษณ์โครงการ

 

 ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งาน

-คุณภาพคอนกรีตฐาน -ความหนาระบบ -การเตรียมพื้นผิว -การควบคุมความชื้น -การเลือกสูตร Outdoor

 

งบประมาณโดยประมาณ

-พื้นสนามกีฬาอะคริลิค: 650–950 บาท/ตร.ม.

-พื้นสนามกีฬา PU: 900–1,500 บาท/ตร.ม.

 ราคาขึ้นกับ:

-ขนาดพื้นที่ -จำนวนสี -ลวดลาย -สภาพพื้นเดิม

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นสนามกีฬา

 พื้นสนามกีฬาอยู่ได้กี่ปี?

 -โดยเฉลี่ย 5–8 ปี หากดูแลตามคำแนะนำ

พื้นสนามกีฬากลางแจ้งทนแดดไหม?

 -ระบบ PU และอะคริลิค Outdoor มีสารป้องกัน UV

 ต้องบำรุงรักษาอย่างไร?

 -ล้างทำความสะอาดตามปกติ และตรวจสอบผิวทุกปี

 

 ทำไมควรเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุพื้นสนามกีฬา

 การติดตั้งพื้นสนามกีฬา ต้องอาศัย:

-ความเข้าใจระบบวัสดุ -ประสบการณ์ควบคุมหน้างาน

-การคำนวณความหนา -การเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพอากาศ

 งานที่ติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้สนามได้มาตรฐาน และใช้งานได้ยาวนาน

 

สรุป

พื้นสนามกีฬา และวัสดุพื้นสนามกีฬา มีให้เลือกหลายระบบ แต่การเลือกที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งงบประมาณ ประเภทกีฬา และอายุการใช้งานที่ต้องการ

-ต้องการความปลอดภัยสูง → เลือก PU

-ต้องการงบประหยัด → เลือกอะคริลิค

-ต้องการสนามคุณภาพ → เลือกระบบมาตรฐานพร้อมควบคุมงานโดยผู้เชี่ยวชาญ

การลงทุนในวัสดุพื้นสนามกีฬาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น คือการลดต้นทุนในระยะยาว และเพิ่มคุณภาพพื้นที่ให้กับผู้ใช้งาน

 

สนใจติดตั้งพื้นสนามกีฬา?

 แจ้งข้อมูล:

-ขนาดพื้นที่ -ประเภทกีฬา

-จังหวัดหน้างาน -รูปภาพพื้นที่

พร้อมให้คำแนะนำระบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการของคุณ