พื้นสนามเทนนิส ระบบ ITF3 คืออะไร? มาตรฐานความเร็วระดับ Medium
เวลาขอใบเสนอราคาพื้นสนามเทนนิส เจ้าของโครงการมักเจอคำว่า “ระบบ ITF3” หรือ “ITF Category 3” อยู่ในสเปก แล้วเกิดคำถามตามมาว่าตัวเลข 3 นี้หมายถึงอะไร ต่างจาก ITF4 อย่างไร และสนามของตัวเองควรเลือกระดับไหนถึงจะเหมาะกับผู้เล่นจริง บทความนี้ Sukrita2008 อธิบายเรื่อง ITF3 แบบครบตั้งแต่ที่มาของตัวเลข วิธีวัดค่าความเร็วสนาม โครงสร้างชั้นพื้น ไปจนถึงข้อแนะนำในการเลือกพื้นผิวสำหรับสนามเทนนิส
ต้องการสเปกพื้นสนามเทนนิส ITF3 สำหรับโครงการของคุณ?
Sukrita2008 รับติดตั้งพื้นสนามเทนนิส Acrylic Hard Court ทั่วประเทศ ให้คำปรึกษาเรื่องระดับความเร็วสนามและโครงสร้างชั้นพื้นก่อนตัดสินใจ
โทร 081-392-6356 | แอดไลน์ปรึกษาฟรี | ขอใบเสนอราคา
คำตอบสั้น: พื้นสนามเทนนิส ITF3 คืออะไร?
พื้นสนามเทนนิส ITF3 คือพื้นสนามที่มีค่าความเร็ว (Court Pace Rating หรือ CPR) อยู่ในช่วง 35–39 ซึ่งสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (International Tennis Federation – ITF) จัดให้อยู่ใน Category 3 ระดับ Medium หรือ “ความเร็วปานกลาง”
จุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ ITF3 ไม่ใช่ชื่อวัสดุ ไม่ใช่ยี่ห้อ และไม่ใช่ความหนา 3 มิลลิเมตร แต่เป็น “ระดับความเร็วของพื้นผิว” ที่ได้จากการทดสอบตามวิธีของ ITF สนามสองสนามที่ใช้วัสดุคนละยี่ห้อ อาจได้ค่าความเร็วอยู่ในกลุ่ม ITF3 เหมือนกันก็ได้ ในทางกลับกัน วัสดุยี่ห้อเดียวกันแต่ทาจำนวนชั้นต่างกัน ผสมทรายต่างเบอร์ ก็ให้ผลคนละระดับได้เช่นกัน
ในทางปฏิบัติ ITF3 คือระดับความเร็วที่ “สมดุลที่สุด” ลูกไม่ไหลเร็วจนตั้งรับไม่ทันแบบสนามเร็ว และไม่หน่วงจนเกมยืดเยื้อแบบสนามช้า จึงเป็นระดับที่นิยมใช้กับสนามของโรงเรียน สโมสร โรงแรม รีสอร์ท และสนามซ้อมทั่วไป มากที่สุดในบ้านเรา

Court Pace Rating (CPR) คืออะไร วัดจากอะไร
Court Pace Rating คือค่าตัวเลขที่ใช้บอกว่าพื้นสนามเทนนิสหนึ่ง ๆ ทำให้ลูกเทนนิส “ไหลเร็ว” แค่ไหนหลังกระดอน ค่านี้ได้จากการยิงลูกเทนนิสกระทบพื้นด้วยความเร็วและมุมที่กำหนด แล้ววัดพฤติกรรมของลูกหลังกระทบ โดยมีตัวแปรหลัก 2 ตัว
1. แรงเสียดทานของพื้นผิว (Coefficient of Friction – COF)
คือความ “หนืด” ของผิวสนาม ถ้าผิวหยาบมาก แรงเสียดทานสูง ลูกจะถูกหน่วงตอนกระทบพื้นและไหลออกช้าลง ค่า CPR จึงต่ำ (สนามช้า) ถ้าผิวเรียบลื่นกว่า ลูกจะเสียความเร็วน้อยและไหลไปข้างหน้าเร็ว ค่า CPR จึงสูง (สนามเร็ว) ในระบบพื้น Acrylic ตัวแปรที่คุมเรื่องนี้คือ ปริมาณและขนาดทรายซิลิกา ที่ผสมในชั้นสี
2. การคืนตัวในแนวดิ่ง (Coefficient of Restitution – COR)
คือความสามารถของพื้นในการส่งลูกกลับขึ้นในแนวตั้ง พื้นที่แข็งและคืนตัวดีจะทำให้ลูกเด้งสูง ส่วนพื้นที่มีชั้นรองรับแรงกระแทก (Cushion) หนา จะดูดซับพลังงานบางส่วน ทำให้ลูกเด้งเตี้ยลงเล็กน้อย ค่านี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสนามที่ใส่ชั้นนุ่มเพื่อถนอมข้อเข่า มักได้ค่า CPR ต่ำกว่าสนามแข็งล้วนที่ใช้วัสดุสูตรเดียวกัน
เมื่อนำสองค่านี้มาคำนวณรวมกัน จะได้ค่า CPR ที่นำไปเทียบกับตารางหมวดของ ITF ดังนี้
| หมวด (Category) | ค่า CPR | ระดับความเร็ว | ตัวอย่างพื้นผิวที่มักอยู่ในกลุ่มนี้ |
|---|---|---|---|
| Category 1 | 0–29 | Slow (ช้า) | สนามดินเหนียว (Clay) ผิวหยาบมาก |
| Category 2 | 30–34 | Medium-Slow (ค่อนข้างช้า) | Acrylic ผสมทรายมาก / สนามดินบางประเภท |
| Category 3 | 35–39 | Medium (ปานกลาง) | Acrylic Hard Court ที่ปรับสัดส่วนทรายพอดี |
| Category 4 | 40–44 | Medium-Fast (ค่อนข้างเร็ว) | Acrylic ผสมทรายน้อยลง / ผิวเรียบขึ้น |
| Category 5 | 45 ขึ้นไป | Fast (เร็ว) | สนามหญ้า / พื้นแข็งผิวเรียบมาก |
จากตารางจะเห็นว่า ITF3 อยู่ตรงกลางของสเกลพอดี เป็นจุดที่ผู้เล่นทั้งสายรุกและสายรับเล่นได้อย่างสมดุล ผู้ที่ต้องการเข้าใจภาพรวมของหมวดถัดไป สามารถอ่านเพิ่มได้ที่บทความ พื้นสนามเทนนิส ระบบ ITF4 คืออะไร ซึ่งอธิบายระดับ Medium-Fast ไว้โดยเฉพาะ
เล่นบนพื้นสนามเทนนิส ITF3 แล้วรู้สึกอย่างไร
ลูกไหลด้วยความเร็วปานกลาง คาดการณ์ง่าย
หลังลูกกระทบพื้น ความเร็วจะลดลงพอสมควรแต่ไม่ถึงกับหน่วง ผู้เล่นมีเวลาขยับเท้าเข้าหาลูกได้ทัน เป็นเหตุผลที่โค้ชหลายท่านเลือก พื้นสนามเทนนิส ITF3 สำหรับสนามฝึกซ้อม เพราะผู้เรียนได้ฝึกจังหวะเท้าและการตีเต็มวงสวิงโดยไม่ถูกบีบเวลามากเกินไป
ลูกเด้งสูงพอให้ตีในระดับเอวถึงอก
ระดับความสูงของการเด้งบนสนาม Medium อยู่ในช่วงที่คนส่วนใหญ่ตีถนัด ต่างจากสนามเร็วที่ลูกมักมาต่ำและเร็ว ทำให้ผู้เล่นสมัครเล่นตีพลาดบ่อย
เกมสมดุลระหว่างเสิร์ฟและการโต้
สนามระดับนี้ไม่เข้าข้างผู้เล่นที่พึ่งลูกเสิร์ฟหนักเพียงอย่างเดียว และไม่ทำให้เกมยืดยาวจนหมดแรงแบบสนามช้า การโต้ลูกเฉลี่ยจึงยาวกำลังดี เหมาะกับการแข่งขันระดับสโมสรและรายการเยาวชน
เป็นมิตรกับผู้เล่นหลายระดับในสนามเดียวกัน
สนามของโรงเรียนหรือรีสอร์ทมักมีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ มือใหม่ และผู้เล่นเก่าใช้งานรวมกัน ระดับ Medium จึงเป็นทางสายกลางที่ทุกกลุ่มเล่นสนุกได้โดยไม่ต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง
ทำไม ITF3 จึงเป็นระดับที่นิยมที่สุดสำหรับสนามในประเทศไทย
จากประสบการณ์ติดตั้งพื้นสนามกีฬาให้กับหน่วยงานทั่วประเทศ Sukrita2008 พบว่าเจ้าของโครงการส่วนใหญ่ในไทยไม่ได้สร้างสนามเพื่อจัดแข่งระดับอาชีพ แต่สร้างเพื่อ “ใช้งานจริงทุกวัน” ซึ่ง ITF3 ตอบโจทย์ 3 ข้อพร้อมกัน
ข้อแรก – รองรับผู้ใช้หลากหลาย สนามโรงเรียน อบต. เทศบาล และคอนโด มีผู้ใช้ตั้งแต่มือใหม่จนถึงนักกีฬาโรงเรียน ระดับกลางจึงลดโอกาสที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะเล่นไม่สนุก
ข้อสอง – เข้ากับสภาพอากาศร้อนชื้น สนามกลางแจ้งในไทยเจอแดดจัดและฝนสลับกันตลอดปี ผิวที่มีทรายผสมในสัดส่วนระดับ Medium ให้แรงยึดเกาะรองเท้าดีกว่าผิวเรียบมาก ลดความเสี่ยงลื่นเมื่อพื้นยังหมาดหลังฝนหยุด รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่หน้า พื้นสนามกีฬากลางแจ้ง
ข้อสาม – คุ้มค่าในระยะยาว ผิวระดับ Medium สึกช้ากว่าผิวเรียบจัด เพราะทรายที่ผสมช่วยรับการเสียดสีแทนเนื้อสี ทำให้รอบการทาสีใหม่ (Resurface) ยืดออกไปได้
พื้นสนาม ITF3 ต้องเป็นพื้น Acrylic เท่านั้นหรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะ ITF จัดหมวดจาก “ค่าความเร็วที่วัดได้” ไม่ได้จัดจากชนิดวัสดุ พื้นผิวหลายประเภทสามารถให้ค่า CPR อยู่ในช่วง 35–39 ได้ เช่น พื้นแข็งชนิด Acrylic บางสูตร พื้นสังเคราะห์ปูสำเร็จบางรุ่น หรือแม้แต่สนามหญ้าเทียมใส่ทรายที่ปรับสเปกมาเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม สำหรับสนามในประเทศไทย ระบบ Acrylic Hard Court ยังเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในการทำ ITF3 เพราะควบคุมระดับความเร็วได้ตรงที่สุดผ่านสัดส่วนทราย ซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ และมีต้นทุนดูแลรักษาต่ำกว่าพื้นดินเหนียวหรือหญ้าเทียมมาก ผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบวัสดุแต่ละชนิดก่อนตัดสินใจ ดูข้อมูลได้ที่หน้า วัสดุพื้นสนามกีฬา Acrylic และ วิธีเลือกพื้นสนามกีฬา
โครงสร้างชั้นพื้นสนามเทนนิส Acrylic ระดับ ITF3
ระดับความเร็วของสนามเกิดจากชั้นบนสุดเป็นหลัก แต่ชั้นล่างทั้งหมดคือสิ่งที่ทำให้สนามอยู่ได้นานและได้ค่าความเร็วสม่ำเสมอทั้งสนาม โครงสร้างมาตรฐานที่ Sukrita2008 ใช้มีดังนี้
ชั้นที่ 1 พื้นฐานคอนกรีตหรือแอสฟัลต์
เป็นชั้นที่สำคัญที่สุดและแก้ทีหลังยากที่สุด ต้องเทได้ระดับ มีความลาดเอียงระบายน้ำประมาณ 0.5–1% ในทิศทางเดียว และบ่มจนแห้งสนิทก่อนเริ่มงานผิว หากพื้นฐานแอ่งเป็นแอ่งน้ำขัง ไม่ว่าจะทาสีดีแค่ไหน ค่าความเร็วก็จะไม่สม่ำเสมอและผิวจะเสื่อมเร็วบริเวณนั้น
ชั้นที่ 2 ชั้นรองพื้น (Primer)
ทำหน้าที่ยึดเกาะระหว่างพื้นฐานกับชั้นถัดไป จำเป็นมากกับพื้นแอสฟัลต์และพื้นคอนกรีตขัดมันที่ผิวแน่นเกินกว่าสีจะยึดเองได้
ชั้นที่ 3 ชั้นปรับผิว (Acrylic Resurfacer)
เป็นชั้นอะคริลิกผสมทรายที่ใช้ปรับพื้นให้เรียบสม่ำเสมอ ปิดรูพรุน และสร้างฐานผิวให้ชั้นสีเกาะ โดยทั่วไปทา 2 เที่ยวสลับทิศทาง ชั้นนี้เป็นตัวกำหนดว่าสนามจะ “เรียบจริง” หรือเป็นคลื่น
ชั้นที่ 4 ชั้นรองรับแรงกระแทก (Cushion) – เลือกเสริมได้
สำหรับสนามที่ต้องการถนอมข้อเข่าและข้อเท้า สามารถเสริมชั้นยางผสมอะคริลิกได้หลายเที่ยว ยิ่งหนายิ่งนุ่ม แต่ต้องเข้าใจว่าการเพิ่มชั้นนุ่มจะดึงค่า CPR ให้ต่ำลง จึงต้องออกแบบสัดส่วนทรายในชั้นสีชดเชย เพื่อให้ผลรวมยังอยู่ในช่วง ITF3
ชั้นที่ 5 ชั้นสีและชั้นสร้างผิวสัมผัส (Colour Coat)
คือหัวใจของการกำหนดความเร็ว ทา 2–3 เที่ยว โดยผสมทรายซิลิกาตามเบอร์และสัดส่วนที่คำนวณไว้ ทรายละเอียดและปริมาณมาก จะได้ผิวหนืดขึ้น ค่า CPR ต่ำลง ทรายหยาบขึ้นหรือปริมาณน้อยลง ค่า CPR จะสูงขึ้น การทำ ITF3 คือการหาจุดสมดุลของสองสิ่งนี้
ชั้นที่ 6 ชั้นตีเส้นสนาม (Line Marking)
ใช้สีอะคริลิกสำหรับตีเส้นโดยเฉพาะ ความกว้างเส้นตามกติกาคือ 5 เซนติเมตร ยกเว้นเส้นหลัง (Baseline) ที่อนุญาตให้กว้างได้ถึง 10 เซนติเมตร ตำแหน่งเส้นต้องอ้างอิงจากขนาดสนามมาตรฐาน ดูรายละเอียดตัวเลขทั้งหมดได้ที่หน้า ขนาดสนามเทนนิส มาตรฐาน

ปัจจัยที่ทำให้สนามจริงออกมาเป็น ITF3 หรือไม่
หลายโครงการซื้อวัสดุที่ระบุว่าเป็นระดับ Category 3 แต่พอสร้างเสร็จกลับได้ความรู้สึกที่ไม่ตรงตามคาด สาเหตุมักมาจากปัจจัยเหล่านี้
สูตรวัสดุและเบอร์ทรายที่ใช้จริงหน้างาน
ผู้ผลิตกำหนดอัตราส่วนผสมไว้ แต่ถ้าหน้างานผสมทรายน้อยกว่าสเปกเพื่อให้ทาง่าย ผิวจะเรียบเกินไปและสนามจะเร็วกว่าที่ออกแบบ
จำนวนเที่ยวและอัตราการใช้วัสดุต่อตารางเมตร
การประหยัดวัสดุด้วยการทาบางกว่ากำหนด ทำให้ผิวสัมผัสไม่เต็ม ค่าความเร็วเพี้ยน และสีถลอกเร็วในบริเวณที่ผู้เล่นยืนบ่อยอย่างหลังเส้น Baseline
ฝีมือและวิธีติดตั้ง
การปาดวัสดุไม่สม่ำเสมอ ทิ้งรอยต่อ หรือทาทับตอนชั้นล่างยังไม่แห้ง ล้วนทำให้ผิวแต่ละจุดของสนามมีความหนืดต่างกัน ผู้เล่นจะรู้สึกได้ว่าฝั่งหนึ่งลูกไหลเร็วกว่าอีกฝั่ง เรื่องนี้เกี่ยวโดยตรงกับการเลือกทีมงาน อ่านแนวทางได้ที่ วิธีเลือกผู้รับเหมาพื้นสนามกีฬา
สภาพพื้นฐานและการระบายน้ำ
พื้นที่มีน้ำขังจะสะสมฝุ่นและตะไคร่ ทำให้แรงเสียดทานเปลี่ยนไปเฉพาะจุด ส่งผลให้สนามไม่คงระดับความเร็วเดิมทั้งผืน
อายุการใช้งานและการดูแล
สนามที่ผ่านการใช้งานหลายปีโดยไม่ทำความสะอาด ทรายบนผิวจะสึกและหลุด ผิวจะค่อย ๆ เรียบขึ้นและ “เร็วขึ้น” จากเดิมโดยธรรมชาติ นี่คือเหตุผลที่สนามเดิมซึ่งเคยเป็น ITF3 อาจขยับเข้าใกล้ ITF4 ได้เมื่อถึงเวลาต้องทาสีใหม่
เปรียบเทียบ ITF2 ITF3 และ ITF4 ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | ITF2 (Medium-Slow) | ITF3 (Medium) | ITF4 (Medium-Fast) |
|---|---|---|---|
| ค่า CPR | 30–34 | 35–39 | 40–44 |
| ความเร็วลูกหลังกระดอน | หน่วงชัดเจน | ปานกลาง สมดุล | ไหลเร็ว ต้องเตรียมตัวไว |
| ลักษณะเกม | โต้ยาว ได้เปรียบสายรับ | สมดุลรุก-รับ | ได้เปรียบสายเสิร์ฟและสายรุก |
| สัดส่วนทรายในชั้นสี | มากที่สุด | ปานกลาง | น้อยลง ผิวเรียบขึ้น |
| เหมาะกับ | สนามฝึกพื้นฐาน ผู้สูงอายุ | โรงเรียน สโมสร โรงแรม สนามชุมชน | สนามแข่งขัน ผู้เล่นระดับสูง |
| การสึกของผิว | ช้าที่สุด แต่กินลูกเทนนิสมาก | สมดุล | ผิวสึกเร็วกว่าเมื่อใช้งานหนัก |
สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าสนามของคุณมี “คนทั่วไป” ใช้งานเป็นหลัก ITF3 คือคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าสนามมีเป้าหมายรองรับการแข่งขันของผู้เล่นระดับสูงเป็นหลัก ค่อยพิจารณาขยับไป ITF4
พื้นสนามเทนนิส ITF3 เหมาะกับสนามประเภทใด
จากลักษณะการใช้งานจริง ระดับ Medium เหมาะกับกลุ่มต่อไปนี้มากที่สุด
- โรงเรียนและสถาบันการศึกษา ที่ใช้สนามสอนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงทีมโรงเรียน
- หน่วยงานราชการ อบต. และเทศบาล ที่สร้างสนามให้ประชาชนใช้ร่วมกัน
- โรงแรม รีสอร์ท และคอนโดมิเนียม ที่ผู้ใช้เป็นแขกทั่วไป ไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ
- สโมสรเทนนิสและสนามให้เช่า ที่ต้องการรองรับสมาชิกหลายระดับฝีมือ
- สนามในบ้านพักอาศัย ที่เจ้าของเล่นเพื่อสุขภาพและออกกำลังกาย
- สนามอเนกประสงค์ ที่ใช้เล่นเทนนิสสลับกับกีฬาชนิดอื่นบนพื้นเดียวกัน
ตัวอย่างงานจริงในลักษณะนี้ ดูได้จากผลงาน พื้นสนามเทนนิส Acrylic 2 สนาม ที่ Boat House หัวหิน และรวมผลงานทั้งหมดที่หน้า ผลงานพื้นสนามกีฬา
ITF Classified Surface กับ ITF Recognised Court ต่างกันอย่างไร
สองคำนี้ถูกใช้ปนกันบ่อยในใบเสนอราคา ทั้งที่ความหมายต่างกันชัดเจน
ITF Classified Surface คือการจัดหมวดของ “ผลิตภัณฑ์พื้นผิว” ตามค่าความเร็วที่ทดสอบได้ เป็นการบอกว่าวัสดุสูตรนั้นเมื่อติดตั้งตามเงื่อนไขทดสอบแล้วอยู่ในหมวดใด โดย ITF ระบุไว้ชัดว่าการจัดหมวดนี้ “ไม่ได้หมายถึงการรับรองหรือการรับประกันคุณภาพจาก ITF” และการจัดหมวดมีอายุ 3 ปี
ITF Recognised Court คือการรับรอง “สนามที่สร้างเสร็จแล้วจริง ๆ” ว่าเป็นไปตามข้อแนะนำในคู่มือวิธีทดสอบพื้นสนามเทนนิสของ ITF มีทั้งระดับ One-Star และ Two-Star โดยระดับสูงกว่าจะรวมการตรวจค่าความเร็วของสนามที่หน้างานด้วย การรับรองนี้มีอายุ 10 ปีหรือจนกว่าจะมีการทาสีใหม่
พูดง่าย ๆ คือ การซื้อวัสดุที่อยู่ในรายการ Classified ไม่ได้แปลว่าสนามของคุณจะเป็นสนามที่ ITF รับรอง โดยอัตโนมัติ หากโครงการต้องการการรับรองระดับสนาม ต้องระบุไว้ในสัญญาและวางแผนการทดสอบตั้งแต่ต้น
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นสนามเทนนิส ITF3
เข้าใจผิดว่า ITF3 คือความหนา 3 มิลลิเมตร – ตัวเลขคือหมวดความเร็ว ไม่เกี่ยวกับความหนา สนาม Acrylic ระดับ ITF3 อาจหนารวมเพียง 1–2 มิลลิเมตรสำหรับระบบผิวแข็ง หรือหนาหลายมิลลิเมตรสำหรับระบบที่เสริมชั้นนุ่ม
เข้าใจผิดว่าตัวเลขยิ่งสูงยิ่งดี – ITF5 ไม่ได้แปลว่าคุณภาพดีกว่า ITF3 มันคือ “เร็วกว่า” เท่านั้น และสนามที่เร็วเกินความสามารถผู้ใช้จะทำให้เล่นไม่สนุก
เข้าใจผิดว่าเลือกหมวดแล้วสนามจะเป็นแบบนั้นแน่นอน – ค่าจริงขึ้นกับการติดตั้ง หากทีมงานไม่คุมสัดส่วนทรายและอัตราการใช้วัสดุ ผลลัพธ์จะเบี่ยงจากที่ระบุในสเปกได้
เข้าใจผิดว่าสนามจะคงระดับความเร็วเดิมตลอดอายุการใช้งาน – ผิวสึกตามการใช้งานเสมอ สนามที่ใช้หนักจะค่อย ๆ เร็วขึ้นจนถึงจุดที่ควรทาสีใหม่
ราคาพื้นสนามเทนนิส ITF3 คิดจากอะไร
ราคาต่อสนามไม่ได้ขึ้นกับหมวดความเร็วโดยตรง เพราะการทำ ITF3 หรือ ITF4 ใช้วัสดุตระกูลเดียวกัน เพียงปรับสัดส่วนผสม สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันจริง ๆ คือ
- สภาพพื้นฐานเดิม ต้องเทคอนกรีตใหม่ หรือปรับปรุงพื้นเดิมที่มีอยู่
- จำนวนชั้นและระบบที่เลือก ระบบผิวแข็งล้วน หรือระบบเสริมชั้นรองรับแรงกระแทก
- พื้นที่รวมและจำนวนสนาม ยิ่งหลายสนามต่อเนื่อง ต้นทุนต่อตารางเมตรยิ่งลดลง
- งานประกอบอื่น เช่น เสาตาข่าย รั้ว ระบบไฟส่องสว่าง และงานระบายน้ำ
- ระยะทางขนส่งและการเข้าถึงหน้างาน
ดูโครงสร้างราคาแยกตามประเภทพื้นได้ที่หน้า ราคาพื้นสนามกีฬา หรือแจ้งขนาดพื้นที่และสภาพพื้นเดิมมาให้ Sukrita2008 ประเมินให้ตรงกับหน้างานจริง
ดูแลพื้นสนามเทนนิส ITF3 อย่างไรให้คงระดับความเร็วเดิม
การดูแลที่ถูกวิธีช่วยให้สนามคงค่าความเร็วใกล้เคียงเดิมและยืดรอบการทาสีใหม่ออกไปได้หลายปี
- กวาดฝุ่นและใบไม้สม่ำเสมอ ฝุ่นที่สะสมทำให้ผิวลื่นและเปลี่ยนแรงเสียดทาน
- ล้างด้วยน้ำและแปรงอ่อนปีละ 1–2 ครั้ง หลีกเลี่ยงเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจ่อใกล้ เพราะจะกัดทรายบนผิวหลุด
- กำจัดตะไคร่ทันทีที่พบ โดยเฉพาะสนามกลางแจ้งในพื้นที่ร่มหรือใกล้ต้นไม้
- ห้ามใช้รองเท้าพื้นดำหรือรองเท้าที่ไม่ใช่รองเท้ากีฬาในสนาม เพราะทิ้งรอยและกัดผิวสี
- ตรวจรอยแตกร้าวปีละครั้ง ซ่อมตั้งแต่ยังเป็นรอยเล็กจะถูกกว่าปล่อยจนน้ำซึมลงชั้นล่าง
- วางแผนทาสีใหม่ทุก 5–8 ปี ตามความหนักของการใช้งาน เพื่อเรียกระดับความเร็วและสีสันกลับมา
สรุป: ควรเลือกพื้นสนามเทนนิส ITF3 หรือไม่
ถ้าสนามของคุณสร้างขึ้นเพื่อให้คนหลายระดับฝีมือใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หน่วยงานท้องถิ่น โรงแรม หรือสนามในบ้าน พื้นสนามเทนนิส ITF3 คือระดับที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะให้เกมสมดุล ลูกเด้งคาดการณ์ง่าย ผิวมีแรงยึดเกาะเพียงพอสำหรับสภาพอากาศบ้านเรา และสึกช้ากว่าผิวเรียบจัด
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขหมวดคือ “ใครเป็นคนทำ” เพราะระดับความเร็วเกิดจากสัดส่วนผสมและอัตราการใช้วัสดุที่หน้างานจริง การเลือกผู้รับเหมาที่ควบคุมสเปกได้จริงจึงสำคัญกว่าการดูตัวเลข ITF บนกระดาษเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นสนามเทนนิส ITF3
พื้นสนามเทนนิสระบบ ITF3 คืออะไร?
พื้นสนามเทนนิส ITF3 คือพื้นสนามที่มีค่าความเร็ว Court Pace Rating อยู่ในช่วง 35 ถึง 39 ซึ่งสหพันธ์เทนนิสนานาชาติจัดอยู่ใน Category 3 ระดับ Medium หรือความเร็วปานกลาง เป็นการจัดหมวดตามค่าความเร็วของพื้นผิว ไม่ใช่ชื่อวัสดุหรือยี่ห้อ
ตัวเลข 3 ในคำว่า ITF3 หมายถึงความหนา 3 มิลลิเมตรหรือไม่?
ไม่ใช่ ตัวเลข 3 หมายถึงหมวดความเร็ว Category 3 ไม่เกี่ยวกับความหนาของพื้น สนามระดับ ITF3 อาจมีความหนารวมต่างกันได้มาก ขึ้นอยู่กับว่าเลือกระบบผิวแข็งล้วนหรือระบบที่เสริมชั้นรองรับแรงกระแทก
พื้นสนามเทนนิส ITF3 กับ ITF4 ต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ระดับความเร็ว ITF3 มีค่า CPR 35 ถึง 39 อยู่ในระดับ Medium ส่วน ITF4 มีค่า CPR 40 ถึง 44 อยู่ในระดับ Medium-Fast สนาม ITF4 ลูกจะไหลเร็วกว่าและเอื้อต่อผู้เล่นสายรุก ส่วน ITF3 ให้เกมที่สมดุลกว่าและเหมาะกับผู้เล่นหลายระดับในสนามเดียวกัน
พื้นสนาม ITF3 ต้องเป็นพื้น Acrylic เท่านั้นหรือไม่?
ไม่จำเป็น เพราะ ITF จัดหมวดจากค่าความเร็วที่วัดได้ ไม่ได้จัดจากชนิดวัสดุ พื้นผิวหลายประเภทสามารถให้ค่าอยู่ในช่วง ITF3 ได้ แต่สำหรับสนามในประเทศไทย ระบบ Acrylic Hard Court เป็นทางเลือกที่ควบคุมระดับความเร็วได้ตรงที่สุดและดูแลรักษาง่ายที่สุด
สนามเทนนิสของโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ ควรเลือก ITF ระดับใด?
แนะนำระดับ ITF3 เพราะผู้ใช้งานมีตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงนักกีฬาโรงเรียน ระดับความเร็วปานกลางทำให้ทุกกลุ่มเล่นได้สนุก ลูกเด้งคาดการณ์ง่าย และผิวมีแรงยึดเกาะเพียงพอสำหรับสนามกลางแจ้ง
ใช้วัสดุที่ระบุว่าเป็น ITF Category 3 แล้วสนามจริงจะเป็น ITF3 เสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป เพราะค่าความเร็วจริงขึ้นอยู่กับสัดส่วนทรายที่ผสมหน้างาน จำนวนเที่ยวที่ทา อัตราการใช้วัสดุต่อตารางเมตร และฝีมือการติดตั้ง หากทีมงานไม่ควบคุมตามสเปก ผลลัพธ์อาจเบี่ยงออกจากหมวดที่ระบุไว้ได้
ITF Classified Surface กับ ITF Recognised Court ต่างกันอย่างไร?
ITF Classified Surface คือการจัดหมวดผลิตภัณฑ์พื้นผิวตามค่าความเร็วที่ทดสอบได้ ซึ่ง ITF ระบุว่าไม่ได้หมายถึงการรับรองคุณภาพ ส่วน ITF Recognised Court คือการรับรองสนามที่สร้างเสร็จแล้วว่าเป็นไปตามข้อแนะนำของ ITF การซื้อวัสดุที่อยู่ในรายการ Classified จึงไม่ได้ทำให้สนามกลายเป็นสนามที่ ITF รับรองโดยอัตโนมัติ
พื้นสนามเทนนิส ITF3 มีอายุการใช้งานนานเท่าไร?
โครงสร้างพื้นฐานคอนกรีตที่ทำถูกต้องอยู่ได้หลายสิบปี ส่วนชั้นสีผิวหน้าโดยทั่วไปควรวางแผนทาสีใหม่ทุก 5 ถึง 8 ปี ขึ้นอยู่กับความหนักของการใช้งานและการดูแลรักษา เมื่อผิวสึกจนทรายหลุด สนามจะเร็วขึ้นกว่าเดิมและควรทำผิวใหม่
ราคาพื้นสนามเทนนิส ITF3 แพงกว่า ITF4 หรือไม่?
โดยทั่วไปไม่ต่างกันมาก เพราะทั้งสองระดับใช้วัสดุตระกูลเดียวกัน เพียงปรับสัดส่วนผสม สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันจริงคือสภาพพื้นฐานเดิม จำนวนชั้นของระบบที่เลือก ขนาดพื้นที่ งานประกอบอย่างรั้วและไฟส่องสว่าง รวมถึงระยะทางขนส่ง
สนามเทนนิสเดิมที่ใช้มานาน ปรับให้เป็น ITF3 ได้หรือไม่?
ได้ หากโครงสร้างพื้นฐานยังแข็งแรงและไม่มีปัญหาน้ำขังรุนแรง สามารถทำความสะอาด ซ่อมรอยแตก ปรับระดับ แล้วลงชั้นปรับผิวและชั้นสีใหม่ตามสัดส่วนที่กำหนดเพื่อให้ได้ระดับความเร็ว Medium ตามต้องการ
เอกสารอ้างอิง
- International Tennis Federation – ITF Classified Surfaces & Court Pace Classification
- International Tennis Federation – ITF Approved Tennis Balls, Classified Surfaces & Recognised Courts 2026 (PDF)
- International Tennis Federation – Rules and Regulations
ปรึกษาระบบพื้นสนามเทนนิส Acrylic กับ Sukrita2008
รับติดตั้งพื้นสนามเทนนิส พื้นสนามกีฬาอะคริลิกและ PU ทั่วประเทศ ให้คำแนะนำเรื่องระดับความเร็วสนาม โครงสร้างชั้นพื้น และงบประมาณก่อนตัดสินใจ
โทร 081-392-6356