พื้นสนามฟุตซอล รับทำพื้นสนามในร่มและกลางแจ้ง พร้อมราคาและผลงานจริง
พื้นสนามฟุตซอล ที่ใช้กันในไทยมี 6 แบบหลัก คือ พื้นอะคริลิก พื้นยาง PU แผ่น PVC พื้น PU Coating แผ่น PP และพื้นยาง ราคาระบบพื้นอยู่ที่ประมาณ 400–2,800 บาท/ตร.ม. ขึ้นกับวัสดุ ความหนา และสภาพพื้นเดิม การเลือกควรเริ่มจากว่าสนามอยู่ในร่มหรือกลางแจ้ง ใช้เล่นฟุตซอลอย่างเดียวหรือใช้หลายกีฬา และงบประมาณของโครงการ
Sukrita2008 รับทำพื้นสนามฟุตซอล ทั้งสนามใหม่และงานปรับปรุงสนามเดิม ครอบคลุมงานตรวจพื้นเดิม ซ่อมรอยแตก ปรับระดับ ติดตั้งระบบพื้น ทำสี และตีเส้นสนาม มีผลงานจริงทั้งสนามโรงเรียน หน่วยงาน และลานกีฬาอเนกประสงค์ในหลายภูมิภาค
กำลังวางแผนทำพื้นสนามฟุตซอล?
ส่งขนาดพื้นที่ กว้าง × ยาว จังหวัดที่ติดตั้ง รูปถ่ายพื้นเดิม และบอกว่าสนามอยู่ในร่มหรือกลางแจ้ง ทีม Sukrita2008 ช่วยแนะนำระบบพื้นและประเมินงบเบื้องต้นให้
โทร 081-392-6356 | แชทผ่าน LINE @sukrita | ติดต่อ Sukrita2008
คำตอบสั้น: พื้นสนามฟุตซอลมีแบบไหนบ้าง ราคาเท่าไหร่?
- พื้นอะคริลิก (Acrylic): ผิวแข็งแบบทาเคลือบบนคอนกรีต ทนแดดฝน นิยมใช้กลางแจ้ง ประมาณ 450–1,200 บาท/ตร.ม.
- พื้นยาง PU (PU Sports Flooring): ผิวนุ่ม ยืดหยุ่น ไร้รอยต่อ นิยมใช้ในร่ม ประมาณ 900–2,800 บาท/ตร.ม.
- แผ่น PVC: แผ่นม้วนสำเร็จรูป หนาประมาณ 4.5–8 มม. ใช้ในร่มเท่านั้น ประมาณ 800–2,000 บาท/ตร.ม.
- พื้น PU Coating ผิวแข็ง: เหมาะกับลานกีฬาอเนกประสงค์ที่ใช้หลายกีฬา ประมาณ 400–900 บาท/ตร.ม.
- แผ่น PP (พื้นจิ๊กซอว์): แผ่นสำเร็จรูปล็อกต่อกัน ปูเร็ว น้ำไหลผ่านร่องแผ่นได้ ประมาณ 1,000–2,500 บาท/ตร.ม.
- พื้นยาง: แผ่นหรือม้วนยาง นุ่มและทนการใช้งานหนัก นิยมในอาคารอเนกประสงค์ ราคาประเมินตามชนิดและความหนา
สรุปแบบเร็ว: สนามฟุตซอลกลางแจ้ง นิยมใช้พื้นอะคริลิก PU Coating หรือแผ่น PP ส่วน สนามฟุตซอลในร่ม นิยมเทียบระหว่างพื้นยาง PU กับแผ่น PVC ไม่มีวัสดุใดเหมาะกับทุกสนาม ต้องดูสภาพพื้นเดิม การระบายน้ำ ความนุ่มที่ต้องการ และงบประมาณประกอบกัน

วิดีโอ: เลือกพื้นสนามฟุตซอล ต้องรู้เรื่องนี้
สรุปความแตกต่างของพื้นสนามฟุตซอลอะคริลิก พื้นยาง PU แผ่น PVC และแผ่น PP ในวิดีโอความยาวประมาณ 7 นาทีจากช่อง YouTube ของ Sukrita2008 เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มวางแผนทำสนามและอยากเห็นภาพรวมก่อนอ่านรายละเอียด
ข้อมูลสำคัญก่อนทำพื้นสนามฟุตซอล
หน้านี้เป็นภาพรวมทั้งหมด ถ้าต้องการรายละเอียดเฉพาะเรื่อง เลือกอ่านต่อได้ดังนี้
- พื้นสนามฟุตซอลในร่ม – เทียบพื้นยาง PU กับแผ่น PVC สำหรับโรงยิมและอาคารกีฬา
- พื้นสนามฟุตซอลกลางแจ้ง – เทียบพื้นอะคริลิก PU Coating แผ่น PP และพื้นยาง PU สำหรับกลางแจ้ง
- วัสดุสำหรับพื้นสนามฟุตซอล – ตารางเปรียบเทียบวัสดุทั้ง 6 แบบ
- ราคาพื้นสนามฟุตซอล – ปัจจัยที่มีผลต่อราคาและวิธีคำนวณงบเบื้องต้น
- ขนาดสนามฟุตซอลมาตรฐาน – ขนาดสนาม เส้น เขตโทษ และประตู สำหรับวางผังสนาม
พื้นสนามฟุตซอลมีกี่แบบ? วัสดุ 6 แบบที่ควรรู้
แต่ละแบบต่างกันที่ความนุ่มของผิว รอยต่อ การใช้งานในร่มหรือกลางแจ้ง และเงื่อนไขของพื้นเดิม ควรเข้าใจจุดเด่นและข้อควรรู้ก่อนเลือก
1. พื้นสนามฟุตซอลอะคริลิก (Acrylic)
พื้นอะคริลิกเป็นระบบผิวแข็ง (Hard Court) ที่ทาเคลือบเป็นชั้นบาง ๆ บนพื้นคอนกรีตหรือแอสฟัลต์ที่เตรียมไว้ นิยมใช้กับ สนามฟุตซอลกลางแจ้ง เพราะทนแดดฝน เลือกสีพื้นที่เล่นและสีรอบสนามได้ และทาสีใหม่ได้เมื่อพื้นฐานยังแข็งแรง สนามกลางแจ้งมักทาสีใหม่ทุกประมาณ 3–5 ปี
- เหมาะกับ: สนามกลางแจ้ง สนามโรงเรียน สนามชุมชน และสนามอเนกประสงค์ที่ต้องการดูแลง่าย
- ข้อควรรู้: เป็นผิวแข็ง รองรับแรงกระแทกน้อยกว่าระบบยืดหยุ่น และคุณภาพงานขึ้นกับความแข็งแรง ความเรียบ และการระบายน้ำของพื้นเดิม
อ่านโครงสร้างและคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ พื้นสนามกีฬาอะคริลิค
2. พื้นสนามฟุตซอลพื้นยาง PU (โพลียูรีเทน)
พื้นยาง PU เป็นระบบพื้นยืดหยุ่นที่เทเป็นผืนเดียวไร้รอยต่อ ช่วยลดความกระด้างของพื้นและรองรับแรงกระแทกจากการวิ่ง หยุดตัว และล้ม จึงนิยมใช้กับสนามฟุตซอลในร่ม โรงยิม และสนามโรงเรียนที่ต้องการความนุ่ม ความหนาขึ้นกับระบบที่เลือก เช่น สนามฟุตซอลโรงเรียนเทศบาล 4 สงขลา ใช้พื้นยาง PU หนา 5 มม.
- เหมาะกับ: สนามในร่ม อาคารกีฬา และโครงการที่ให้ความสำคัญกับความนุ่มและความปลอดภัยของผู้เล่น
- ข้อควรรู้: ถ้าใช้กลางแจ้งต้องเลือกระบบ PU ที่ออกแบบสำหรับกลางแจ้ง และต้องตรวจความชื้นของพื้นคอนกรีตก่อนติดตั้งเสมอ

อ่านเพิ่มเติมที่ พื้นยาง PU สนามกีฬา
3. พื้นสนามฟุตซอลแผ่น PVC
แผ่น PVC เป็นพื้นกีฬาแบบม้วนสำเร็จรูป หนาประมาณ 4.5–8 มม. ปูบนพื้นคอนกรีตภายในอาคาร ผิวเรียบสม่ำเสมอ หลายรุ่นมีชั้นโฟมรองด้านล่างช่วยรองรับแรงกระแทก เหมาะกับ สนามฟุตซอลในร่ม และอาคารที่ใช้หลายกิจกรรม
- เหมาะกับ: โรงยิม อาคารอเนกประสงค์ และสนามในร่มที่ต้องการติดตั้งเร็ว
- ข้อควรรู้: ใช้กลางแจ้งไม่ได้ ควรเลือกรุ่นที่ผลิตสำหรับพื้นกีฬา และพื้นคอนกรีตต้องเรียบและแห้งก่อนปู

อ่านเพิ่มเติมที่ วัสดุแผ่นพื้น PVC สำหรับสนามกีฬา
4. พื้นสนามฟุตซอล PU Coating ผิวแข็ง
PU Coating (PU Coating Hard Court) เป็นระบบเคลือบผิวแข็ง ความรู้สึกเวลาเล่นใกล้กับพื้นอะคริลิก ไม่ใช่พื้นยาง PU แบบยืดหยุ่น เหมาะกับลานกีฬาอเนกประสงค์ของโรงเรียนที่ใช้ทั้งฟุตซอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล และกิจกรรมอื่น ราคาประมาณ 400–900 บาท/ตร.ม.

อ่านเพิ่มเติมที่ PU Coating Hard Court
5. พื้นสนามฟุตซอลแผ่น PP (พื้นจิ๊กซอว์)
แผ่น PP (PP Interlock หรือ PP Modular) คือแผ่นพื้นสำเร็จรูปจากพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่ล็อกต่อกันบนพื้นที่เรียบและแข็งแรง ติดตั้งได้เร็วเมื่อพื้นฐานพร้อม ถอดเปลี่ยนเฉพาะแผ่นได้ และหลายรุ่นมีช่องให้น้ำไหลผ่าน จึงใช้กับสนามกลางแจ้งได้
- เหมาะกับ: โครงการที่ต้องการติดตั้งเร็ว หรืออยากเปลี่ยนแผ่นเฉพาะจุดได้ง่าย
- ข้อควรรู้: คุณภาพแผ่นแต่ละรุ่นต่างกันมาก ควรดูผิวสัมผัส ระบบล็อก ความแข็งแรง การขยายตัวเมื่อโดนแดด และความรู้สึกในการเล่นของรุ่นที่จะใช้จริง
6. พื้นสนามฟุตซอลพื้นยาง
พื้นยางแบบแผ่นหรือแบบม้วนให้ผิวนุ่ม ทนทาน และกันลื่น นิยมในอาคารอเนกประสงค์และโรงเรียนที่ใช้ทั้งฟุตซอล พลศึกษา และกิจกรรมทั่วไป Sukrita2008 รับติดตั้งพื้นยางด้วย ราคาประเมินตามชนิดและความหนา
ดูตารางเปรียบเทียบวัสดุทั้ง 6 แบบได้ที่ วัสดุสำหรับพื้นสนามฟุตซอล
สรุปเลือกเร็ว: พื้นสนามฟุตซอลแบบไหนเหมาะกับโครงการของคุณ?
- สนามกลางแจ้ง อยากดูแลง่ายและทาสีใหม่ได้ – เริ่มจากพื้นอะคริลิก
- ลานกีฬาอเนกประสงค์ของโรงเรียน ใช้หลายกีฬา – พื้นอะคริลิก หรือ PU Coating ผิวแข็ง
- สนามในร่ม เน้นความนุ่มและรองรับแรงกระแทก – เทียบพื้นยาง PU กับแผ่น PVC
- ต้องการติดตั้งเร็วหรือถอดเปลี่ยนเฉพาะจุด – แผ่น PP โดยตรวจรุ่นให้ละเอียด
- อาคารอเนกประสงค์ที่ใช้งานหนัก – พื้นยาง หรือพื้นยาง PU
ถ้าสนามต้องใช้แข่งขันในรายการที่กำหนดมาตรฐานพื้น ควรตรวจข้อกำหนดของรายการและข้อมูล FIFA Futsal Surfaces ประกอบการเลือกผลิตภัณฑ์
ราคาพื้นสนามฟุตซอลต่อตารางเมตร
ช่วงราคาโดยประมาณปี 2569 เฉพาะระบบพื้น อ้างอิงจากหน้า ราคาพื้นสนามฟุตซอล ของ Sukrita2008
- พื้น PU Coating ผิวแข็ง: ประมาณ 400–900 บาท/ตร.ม.
- พื้นอะคริลิก: ประมาณ 450–1,200 บาท/ตร.ม.
- แผ่น PVC: ประมาณ 800–2,000 บาท/ตร.ม.
- พื้นยาง PU: ประมาณ 900–2,800 บาท/ตร.ม.
- แผ่น PP: ประมาณ 1,000–2,500 บาท/ตร.ม.
- พื้นยาง: ประเมินตามชนิดและความหนา
ตัวอย่างการคำนวณ: สนามฟุตซอลขนาด 20 × 40 เมตร (800 ตร.ม.) งบเฉพาะระบบพื้น PU Coating ประมาณ 320,000–720,000 บาท พื้นอะคริลิกประมาณ 360,000–960,000 บาท แผ่น PVC ประมาณ 640,000–1,600,000 บาท พื้นยาง PU ประมาณ 720,000–2,240,000 บาท และแผ่น PP ประมาณ 800,000–2,000,000 บาท ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ใบเสนอราคา
ราคาจริงต่างกันตามสภาพพื้นเดิม งานซ่อมรอยแตกและแก้น้ำขัง ความหนาของระบบ จำนวนสีและเส้นกีฬา จังหวัด และข้อจำกัดในการเข้าทำงาน สำหรับแผ่น PP และแผ่น PVC ต้องรวมงานเตรียมพื้นให้เรียบและแข็งแรงด้วย จึงควรเทียบราคาบนสเปกและขอบเขตงานเดียวกัน ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อตารางเมตร
พื้นสนามฟุตซอลสำคัญอย่างไร?
ฟุตซอลเป็นกีฬาที่วิ่ง เร่งความเร็ว หยุดตัว และเปลี่ยนทิศทางตลอดเวลา พื้นสนามจึงมีผลต่อการยึดเกาะของรองเท้า การควบคุมตัว และความปลอดภัยของผู้เล่น
พื้นสนามที่ดีควรมีผิวสม่ำเสมอ ไม่ลื่นหรือหยาบเกินไป เส้นสนามมองเห็นชัด และระบบพื้นต้องเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน แต่วัสดุผิวหน้าอย่างเดียวแก้ปัญหาพื้นฐานไม่ได้ ถ้าคอนกรีตเดิมแตกร้าว ทรุด เป็นแอ่ง หรือมีความชื้น ต้องแก้สาเหตุก่อนติดตั้งระบบพื้นใหม่
พื้นสนามฟุตซอลกลางแจ้ง
สนามกลางแจ้งต้องรับแดด ฝน ความชื้น และอุณหภูมิที่เปลี่ยนตลอดวัน จึงต้องดูทั้งผิวสนามและโครงสร้างพื้นด้านล่าง โดยเฉพาะความลาดเอียงและการระบายน้ำ
ระบบที่นิยมใช้กลางแจ้ง ได้แก่ พื้นอะคริลิก พื้น PU Coating ผิวแข็ง แผ่น PP รุ่นที่ให้น้ำไหลผ่านได้ และพื้นยาง PU รุ่นที่ออกแบบสำหรับกลางแจ้ง แต่ละระบบมีโครงสร้างและวัตถุประสงค์ต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากชื่อวัสดุหรือราคาต่อตารางเมตรอย่างเดียว
อ่านการเปรียบเทียบเพิ่มเติมที่ พื้นสนามฟุตซอลกลางแจ้ง
พื้นสนามฟุตซอลในร่ม
สนามในอาคาร โรงยิม และอาคารกีฬามักให้ความสำคัญกับความนุ่ม การรองรับแรงกระแทก ความสม่ำเสมอของผิว และการใช้ร่วมกับกีฬาอื่น
ระบบที่นิยมคือพื้นยาง PU และแผ่น PVC ส่วนพื้นอะคริลิกและพื้นยางก็ใช้ในอาคารได้ คุณสมบัติจริงของพื้นขึ้นกับโครงสร้าง ความหนา ชั้นรองรับ และสเปกของระบบ จึงไม่ควรตัดสินว่าแบบไหนดีกว่าจากชื่อวัสดุอย่างเดียว
ดูการเปรียบเทียบเพิ่มเติมที่ พื้นสนามฟุตซอลในร่ม
เลือกพื้นสนามฟุตซอลจากอะไรบ้าง?
ก่อนเลือกวัสดุ ควรดูปัจจัยของโครงการไปพร้อมกัน ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าวัสดุไหนดีอย่างเดียว
- ในร่มหรือกลางแจ้ง – สภาพแวดล้อมมีผลโดยตรงต่อระบบพื้น
- รูปแบบการใช้งาน – ใช้เฉพาะฟุตซอลหรือเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์
- ความนุ่มของพื้น – ต้องการผิวแข็งหรือพื้นยืดหยุ่นที่รองรับแรงกระแทกได้มากกว่า
- สภาพพื้นเดิม – ตรวจรอยแตกร้าว การทรุด ความเรียบ และความชื้น
- การระบายน้ำ – สำคัญมากสำหรับสนามกลางแจ้ง
- ความถี่ในการใช้งาน – สนามโรงเรียน สนามชุมชน สนามเอกชน และสนามส่วนตัวมีเงื่อนไขต่างกัน
- งบประมาณ – เทียบระบบและขอบเขตงาน ไม่ใช่ราคาต่อตารางเมตรอย่างเดียว
พื้นสนามฟุตซอลมาตรฐานและขนาดสนาม
พื้นสนามฟุตซอลที่ได้มาตรฐานควรมีผิวเรียบเสมอกันทั้งสนาม ไม่มีน้ำขัง ยึดเกาะพอดีไม่ลื่นและไม่หนืดเกินไป และตีเส้นสนามตามกติกาด้วยสีที่ตัดกับพื้นชัดเจน ส่วนสนามที่ใช้แข่งขันระดับสูง FIFA มีโครงการรับรองพื้นสนามฟุตซอล (FIFA Quality Programme for Futsal Surfaces) ซึ่งทดสอบคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์พื้นโดยเฉพาะ
ฟุตซอลเล่นฝ่ายละ 5 คน ตามกติกา สนามสำหรับการแข่งขันที่ไม่ใช่ระดับนานาชาติยาว 25–42 เมตร กว้าง 16–25 เมตร ส่วนการแข่งขันระดับนานาชาติยาว 38–42 เมตร กว้าง 20–25 เมตร สนามโรงเรียนในไทยที่พบบ่อยคือขนาดประมาณ 20 × 40 เมตร
ก่อนทำพื้นควรแยก ขนาดเส้นสนาม กับ ขนาดพื้นที่ทั้งหมด เพราะพื้นที่จริงต้องเผื่อระยะรอบสนาม ประตู พื้นที่ปลอดภัย และทางเดิน ควรวางผังจากขนาดที่วัดหน้างานจริง ดูรายละเอียดเส้น เขตโทษ จุดโทษ และประตูได้ที่ ขนาดสนามฟุตซอลมาตรฐาน
ตรวจสภาพพื้นเดิมก่อนทำพื้นสนามฟุตซอล
พื้นฐานมีผลโดยตรงต่อคุณภาพและอายุการใช้งานของพื้นสนาม ก่อนเริ่มงานควรตรวจอย่างน้อยดังนี้
- พื้นเดิมเป็นคอนกรีต แอสฟัลต์ หรือวัสดุประเภทใด
- มีรอยแตกร้าวหรือรอยต่อเคลื่อนตัวหรือไม่
- พื้นทรุด เป็นแอ่ง หรือระดับไม่สม่ำเสมอหรือไม่
- สนามกลางแจ้งมีจุดน้ำขังหลังฝนตกหรือไม่
- มีคราบน้ำมัน ฝุ่นปูน หรือชั้นสีเดิมหลุดร่อนหรือไม่
- พื้นมีความชื้นสะสมหรือไม่
- ต้องซ่อม ขัด หรือปรับระดับก่อนติดตั้งระบบใหม่มากน้อยเพียงใด

ถ้าพื้นเดิมยังแข็งแรง มักซ่อมและทำผิวใหม่ได้ แต่ถ้าทรุดหรือแตกร้าวจากโครงสร้าง ต้องหาสาเหตุและแก้พื้นฐานก่อน ไม่ควรใช้วัสดุผิวสนามปิดปัญหาโครงสร้าง ดูรายการตรวจโดยละเอียดได้ที่ พื้นคอนกรีตก่อนทำพื้นสนามกีฬา ต้องตรวจอะไรบ้าง?
ตัวอย่างผลงานพื้นสนามฟุตซอลจริงของ Sukrita2008
ผลงานพื้นสนามฟุตซอลทั้งสนามใหม่และงานปรับปรุงสนามเดิม ในหลายภูมิภาคของประเทศไทย
สนามฟุตซอลอะคริลิก 2 สนาม กลางแจ้ง อ.เทพา จ.สงขลา
งานพื้นสนามฟุตซอลกลางแจ้งระบบอะคริลิก 2 สนาม ตั้งแต่ตรวจและเตรียมพื้นเดิม ทำความสะอาดและปรับสภาพพื้น ทำระบบอะคริลิก ไปจนถึงตีเส้นสนาม โดยคุมสีและผิวสนามให้สม่ำเสมอทั้งสองสนาม ดูรายละเอียดผลงานสนามฟุตซอล เทพา สงขลา

สนามฟุตซอลพื้นยาง PU 5 มม. โรงเรียนเทศบาล 4 สงขลา
พื้นยาง PU หนา 5 มม. สำหรับสนามฟุตซอลของโรงเรียน เน้นความยืดหยุ่นเพื่อลดการบาดเจ็บเมื่อนักเรียนล้ม ชมวิดีโอผลงาน
ปรับปรุงพื้นสนามฟุตซอลอะคริลิก 20 × 40 เมตร จ.ปทุมธานี
ปรับปรุงพื้นสนามฟุตซอลขนาด 20 × 40 เมตร ที่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม จังหวัดปทุมธานี ใช้ระบบพื้นอะคริลิก พร้อมสีทับหน้าที่ผสมสารกันลื่น ชมวิดีโอผลงาน
สนามอเนกประสงค์ฟุตซอลและวอลเลย์บอล อะคริลิก จ.น่าน
พื้นอะคริลิกพร้อมตีเส้นสนามฟุตซอลและวอลเลย์บอลในพื้นที่เดียวกัน ที่โรงเรียนศรีเวียงสาวิทยาคาร อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ใช้ทั้งกีฬาและกิจกรรมการเรียนการสอน ชมวิดีโอผลงาน
ลานกีฬาอเนกประสงค์ PU Coating จ.ปัตตานี
พื้น PU Coating ผิวแข็งกลางแจ้ง สนามฟุตซอลขนาดประมาณ 18 × 38 เมตร ตีเส้นวอลเลย์บอลร่วม พร้อมสนามบาสเกตบอลและตะกร้อ ที่โรงเรียนสาธิตวิทยาการอิสลาม จังหวัดปัตตานี ดูรายละเอียดผลงานสนามอเนกประสงค์ ปัตตานี
ดูผลงานพื้นสนามกีฬาประเภทอื่นทั้งหมดได้ที่ ผลงานพื้นสนามกีฬา Sukrita2008
สนามฟุตซอลทำเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ได้หรือไม่?
ทำได้ และเป็นที่นิยมในโรงเรียน มหาวิทยาลัย หมู่บ้าน โรงงาน และหน่วยงานที่ต้องการใช้พื้นที่เดียวสำหรับหลายกิจกรรม เช่น ฟุตซอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล หรือกิจกรรมภายในองค์กร
ควรวางผังเส้นกีฬาทั้งหมดก่อนเริ่มงาน และใช้สีเส้นของแต่ละกีฬาให้ต่างกันชัดเจน ถ้าพื้นที่มีการตั้งโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์หนัก หรือมีรถเข้า ควรแจ้งตั้งแต่ขั้นออกแบบเพื่อเลือกระบบพื้นให้เหมาะ
ขั้นตอนการทำพื้นสนามฟุตซอลกับ Sukrita2008
- รับข้อมูลโครงการ – ขนาดพื้นที่ จังหวัด รูปถ่าย และลักษณะการใช้งาน
- ตรวจสอบสภาพพื้น – พื้นเดิม รอยแตกร้าว ความชื้น ระดับพื้น และการระบายน้ำ
- เลือกระบบพื้น – ตามตำแหน่งในร่มหรือกลางแจ้ง การใช้งาน และงบประมาณ
- กำหนดขอบเขตงาน – งานเตรียมพื้น ซ่อมพื้น ปรับระดับ และระบบวัสดุ
- เตรียมพื้น – ขัด ทำความสะอาด และซ่อมตำหนิ
- ติดตั้งระบบพื้น – ตามโครงสร้างและข้อกำหนดของระบบที่เลือก
- ทำสีและตีเส้นสนาม – ตามผังและรูปแบบที่กำหนด
- ตรวจสอบและส่งมอบงาน – พร้อมแนะนำการดูแลพื้นตามระบบที่ติดตั้ง
Sukrita2008 รับทำพื้นสนามฟุตซอลสำหรับโครงการแบบไหน?
รับทั้งงานสนามใหม่และปรับปรุงสนามเดิม สำหรับพื้นที่หลายประเภท
- โรงเรียนและมหาวิทยาลัย
- หน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- หมู่บ้านและโครงการที่อยู่อาศัย
- โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม
- สนามกีฬาเอกชนและศูนย์กีฬา
- โรงยิมและอาคารกีฬา
- โรงแรมและรีสอร์ต
- บ้านพักและสนามส่วนตัว
ทำไมการเลือกระบบพื้นสนามฟุตซอลจึงควรดูจากหน้างานจริง?
สนามแต่ละแห่งมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน ทั้งสภาพพื้นเดิม ความชื้น การระบายน้ำ การใช้งาน ความนุ่มที่ต้องการ และงบประมาณ จึงไม่ควรใช้ระบบเดียวกันกับทุกโครงการโดยไม่ตรวจหน้างาน Sukrita2008 จะดูสภาพพื้นที่และวัตถุประสงค์การใช้งานก่อน แล้วจึงเทียบระบบที่เหมาะสมและกำหนดขอบเขตงานให้ตรงกับโครงการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นสนามฟุตซอล
พื้นสนามฟุตซอลมีกี่แบบ?
ที่ใช้กันหลัก ๆ มี 6 แบบ คือ พื้นอะคริลิก พื้นยาง PU แผ่น PVC พื้น PU Coating แผ่น PP และพื้นยาง แบ่งเป็นผิวแข็งที่นิยมใช้กลางแจ้ง ได้แก่ อะคริลิกและ PU Coating กับพื้นนุ่มที่นิยมใช้ในร่ม ได้แก่ พื้นยาง PU แผ่น PVC และพื้นยาง ส่วนแผ่น PP ใช้ได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
พื้นสนามฟุตซอลราคาตารางเมตรละเท่าไหร่?
ช่วงราคาโดยประมาณปี 2569 เฉพาะระบบพื้น PU Coating ประมาณ 400–900 บาท/ตร.ม. พื้นอะคริลิกประมาณ 450–1,200 บาท/ตร.ม. แผ่น PVC ประมาณ 800–2,000 บาท/ตร.ม. พื้นยาง PU ประมาณ 900–2,800 บาท/ตร.ม. และแผ่น PP ประมาณ 1,000–2,500 บาท/ตร.ม. ขึ้นกับสภาพพื้นเดิม ความหนาของระบบ และงานตีเส้น
ทำพื้นสนามฟุตซอล 1 สนามใช้งบเท่าไหร่?
สนามขนาด 20 × 40 เมตร (800 ตร.ม.) งบเฉพาะระบบพื้น PU Coating ประมาณ 320,000–720,000 บาท พื้นอะคริลิกประมาณ 360,000–960,000 บาท แผ่น PVC ประมาณ 640,000–1,600,000 บาท พื้นยาง PU ประมาณ 720,000–2,240,000 บาท และแผ่น PP ประมาณ 800,000–2,000,000 บาท ยังไม่รวมงานซ่อมหรือเทพื้นคอนกรีตใหม่
พื้นสนามฟุตซอลกลางแจ้งควรใช้วัสดุอะไร?
นิยมใช้พื้นอะคริลิก เพราะทนแดดฝนและทาสีใหม่ได้ ตัวเลือกอื่นคือ PU Coating ผิวแข็งสำหรับลานอเนกประสงค์ แผ่น PP ที่ติดตั้งเร็วและให้น้ำไหลผ่าน และพื้นยาง PU รุ่นสำหรับกลางแจ้งที่นุ่มกว่าแต่ราคาสูงกว่า
พื้นสนามฟุตซอลในร่มควรใช้วัสดุอะไร?
นิยมเทียบระหว่างพื้นยาง PU ที่เทเป็นผืนเดียวไร้รอยต่อ กับแผ่น PVC ที่ปูเร็วและมีชั้นโฟมรองรับแรงกระแทก ส่วนพื้นยางเหมาะกับอาคารอเนกประสงค์ที่ใช้งานหนัก ควรเลือกตามความนุ่มที่ต้องการ สภาพพื้นเดิม และงบประมาณ
พื้นสนามฟุตซอลมาตรฐานควรเป็นแบบไหน?
ควรมีผิวเรียบเสมอกันทั้งสนาม ไม่มีน้ำขัง ยึดเกาะพอดีไม่ลื่นและไม่หนืดเกินไป และตีเส้นตามกติกา ขนาดสนามสำหรับการแข่งขันทั่วไปยาว 25–42 เมตร กว้าง 16–25 เมตร ถ้าใช้แข่งขันระดับสูงควรตรวจข้อกำหนดของรายการและการรับรองพื้นสนามฟุตซอลของ FIFA
แผ่น PP เหมาะกับสนามฟุตซอลหรือไม่?
ใช้ได้ในหลายโครงการ โดยเฉพาะเมื่อต้องการติดตั้งเร็ว ให้น้ำไหลผ่านแผ่น หรือถอดเปลี่ยนเฉพาะจุดได้ แต่คุณภาพแผ่นแต่ละรุ่นต่างกันมาก ควรดูผิวสัมผัส ระบบล็อก การขยายตัวเมื่อโดนแดด และพื้นด้านล่างต้องเรียบและแข็งแรง
พื้นสนามเดิมแตกร้าวหรือมีน้ำขัง ปรับปรุงใหม่ได้หรือไม่?
ทำได้ในหลายกรณีถ้าพื้นฐานเดิมยังแข็งแรง แต่ต้องหาสาเหตุก่อน รอยแตกจากการทรุดตัวต้องแก้โครงสร้าง และจุดน้ำขังต้องแก้ระดับและความลาดเอียง การทาสีทับอย่างเดียวไม่ช่วยแก้ปัญหาด้านล่าง
สนามฟุตซอลทำเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ได้หรือไม่?
ทำได้ โดยวางผังและตีเส้นกีฬาหลายประเภทในพื้นที่เดียวกัน เช่น ฟุตซอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล และตะกร้อ ควรกำหนดกีฬาและรูปแบบการใช้งานทั้งหมดก่อนเลือกระบบพื้นและออกแบบเส้นสนาม
ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนขอประเมินราคา?
ขนาดพื้นที่ กว้าง × ยาว จังหวัดที่ติดตั้ง รูปถ่ายพื้นที่โดยรวม รูปพื้นระยะใกล้ รูปรอยแตกร้าวหรือจุดน้ำขัง ข้อมูลว่าสนามอยู่ในร่มหรือกลางแจ้ง และกีฬาที่ต้องการใช้งาน
ต้องการทำพื้นสนามฟุตซอล ปรึกษา Sukrita2008
หากกำลังวางแผนทำพื้นสนามฟุตซอลใหม่ ปรับปรุงสนามเดิม ซ่อมพื้น ทำสี หรือต้องการเปรียบเทียบระบบพื้น สามารถส่งข้อมูลหน้างานมาให้ทีม Sukrita2008 ช่วยประเมินแนวทางเบื้องต้นได้
ข้อมูลที่ควรส่ง: ขนาดพื้นที่ จังหวัด รูปถ่ายหน้างาน สภาพพื้นเดิม และลักษณะการใช้งาน
โทร 081-392-6356 | แชทผ่าน LINE @sukrita | ติดต่อ Sukrita2008