ราคาพื้นสนามกีฬา 2569 — แต่ละระบบอยู่ที่เท่าไหร่ และคิดจากอะไรบ้าง

"ทำพื้นสนามกีฬาสักสนาม ราคาเท่าไหร่?" เป็นคำถามที่ทีมงานได้รับบ่อยที่สุด และคำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ — ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

แต่ "ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย" ก็ไม่ได้ช่วยให้คุณวางงบประมาณได้ บทความนี้จึงจะอธิบายให้ครบว่า ราคาพื้นสนามกีฬาในปี 2569 นั้น แต่ละระบบอยู่ที่ระดับไหน คิดจากอะไรบ้าง และคุณควรเตรียมข้อมูลอะไรก่อนขอใบเสนอราคา เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

 

ปัจจัยหลักที่กำหนดราคาพื้นสนามกีฬา

ก่อนดูตัวเลข ควรเข้าใจก่อนว่าทำไมราคาจึงต่างกันมาก แม้เป็นสนามประเภทเดียวกัน เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อต้นทุน

1. ประเภทวัสดุที่เลือกใช้ วัสดุแต่ละระบบมีโครงสร้างชั้นงาน จำนวนครั้งการทา และราคาวัตถุดิบที่ต่างกันมาก ระบบ Acrylic ทั่วไปมีต้นทุนต่ำกว่าระบบ PU ที่ต้องมี Cushion Layer

2. ขนาดพื้นที่ ขนาดสนามส่งผลโดยตรงต่อปริมาณวัสดุและจำนวนแรงงาน สนามขนาดใหญ่มักได้ราคาต่อตารางเมตรถูกกว่า เพราะต้นทุนการเดินทางและ Setup แบ่งเฉลี่ยได้มากขึ้น

3. สภาพพื้นเดิม หน้างานที่มีพื้นคอนกรีตเรียบและแข็งแรงพร้อมใช้งาน จะใช้งบน้อยกว่าหน้างานที่พื้นเดิมมีรอยแตกร้าว มีความลาดเอียง หรือต้องซ่อมก่อนลงระบบพื้นใหม่

4. ระบบงานที่เลือก งานพื้นสนามกีฬาแบ่งได้หลายระดับ ตั้งแต่งานเคลือบผิวบาง งานมาตรฐาน ไปจนถึงงานระบบหนาพร้อม Cushion Layer สำหรับสนามแข่งขัน ราคาต่างกันได้ 2-3 เท่า

5. สถานที่และระยะทาง งานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กับงานต่างจังหวัดห่างไกล มีต้นทุนขนส่งและค่าเดินทางทีมงานที่ต่างกัน

6. รายละเอียดงานตีเส้น สนามอเนกประสงค์ที่ต้องตีเส้นหลายชนิดพร้อมกัน หรือสนามที่ต้องการโลโก้และตกแต่งพิเศษ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากงานพื้นปกติ

 

ราคาพื้นสนามกีฬา แยกตามระบบวัสดุ

ตารางด้านล่าง เป็นช่วงราคาโดยประมาณการเบื้องต้น เพื่อใช้วางแผนงบประมาณ ราคาจริงจะแม่นยำหลังจากประเมินหน้างานแล้วเท่านั้น

ระบบวัสดุ

ช่วงราคาโดยประมาณ

เหมาะกับ

Acrylic

450–1,200 บาท/ตร..

กลางแจ้งทุกประเภทสนาม

PU (Polyurethane)

900–2,800 บาท/ตร..

ในร่มสนามแข่งขันมาตรฐาน

PVC / Vinyl

800–2,000 บาท/ตร..

ในร่มโรงเรียนอาคารกีฬา

EPDM

1,200–3,000 บาท/ตร..

ลู่วิ่งสนามเด็กเล่น Fitness

PP Modular

1,000–2,500 บาท/ตร..

บาสฟุตซอลสนามชุมชน

หมายเหตุ: ราคาข้างต้น เป็นราคาประมาณการ รวมค่าวัสดุและค่าแรง ไม่รวมค่างานพื้นฐาน (เช่นซ่อมรอยแตกเท Leveling) หากพื้นเดิมไม่พร้อม

พื้นสนามกีฬาอะคริลิก (Acrylic)

พื้นอะคริลิกสนามกีฬา เป็นระบบที่นิยมมากที่สุดสำหรับสนามกลางแจ้ง เพราะทนแดด ทนฝน ดูแลรักษาง่าย และมีต้นทุนที่สมเหตุสมผล

โครงสร้างทั่วไปประกอบด้วย Acrylic Resurfacer, Filler, Top Coat และ Line Marking โดยจำนวนชั้นที่ทาจะขึ้นอยู่กับสเปกที่กำหนด

ช่วงราคาโดยประมาณ: 450–1,200 บาท/ตร.ม. ราคาในช่วงล่างเป็นงานเคลือบผิว Acrylic มาตรฐานสำหรับสนามทั่วไป ช่วงบนเป็นงานที่มีจำนวนชั้นมากขึ้น ใช้วัสดุสเปกสูง หรือสนามที่ต้องการ Cushion เพิ่ม ราคาจริงขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และสภาพหน้างาน

เหมาะสำหรับ: สนามบาสเกตบอล ฟุตซอล เทนนิส กลางแจ้ง งานที่ต้องการความสวยงามและใช้งานได้ยาวนาน

 

พื้นสนามกีฬา PU (Polyurethane)

พื้น PU สนามกีฬา มีต้นทุนสูงกว่า Acrylic แต่ให้ความยืดหยุ่นและรองรับแรงกระแทกที่ดีกว่า เหมาะกับสนามในร่มที่เน้นความปลอดภัยและสมรรถนะของนักกีฬา

ระบบ PU แบ่งได้หลายสเปก ตั้งแต่ PU Coating ทั่วไป ไปจนถึงระบบ Full PU ที่มี Cushion Layer หลายชั้น ราคาจึงต่างกันได้มากตาม System ที่เลือก

ช่วงราคาโดยประมาณ: 900–2,800 บาท/ตร.ม. ช่วงราคาที่กว้างนี้สะท้อนความหลากหลายของระบบ PU ที่มีอยู่

ระบบ PU Coating (Hard Court): ราคาอยู่ในช่วงล่างของ PU ใช้กับสนามกลางแจ้งที่ต้องการผิวแข็งแรง ทนน้ำหนักได้มาก และยังสามารถนำรถเข้าจอดได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ PU Coating Hard Court Flooring

ระบบ Full PU (Indoor): ราคาอยู่ในช่วงกลาง-สูง ใช้กับสนามในร่มที่ต้องการความยืดหยุ่น รองรับแรงกระแทก และมีมาตรฐาน BWF หรือ FIVB เหมาะกับสนามแบดมินตัน วอลเลย์บอล และบาสเกตบอลในร่ม

เหมาะสำหรับ: สนามในร่มทุกประเภท โครงการที่ต้องการสมรรถนะสูง สนามที่ต้องได้มาตรฐานกีฬาสากล

 

พื้น PVC / Vinyl Sports Flooring

พื้น PVC เป็นระบบสำเร็จรูปที่ติดตั้งเป็นแผ่นหรือม้วน มีความสม่ำเสมอสูง ดูแลรักษาง่าย และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นมืออาชีพ มักใช้ในสนามในร่มระดับโรงเรียนและอาคารกีฬา

ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ความหนา และสเปกของแผ่น PVC ที่เลือก รวมถึงค่าแรงการติดตั้งซึ่งต้องการความชำนาญ

ช่วงราคาโดยประมาณ: 800–2,000 บาท/ตร.ม. ราคาครอบคลุมทั้งค่าวัสดุและค่าแรงติดตั้ง แผ่น PVC สเปกสูงจากยี่ห้อมาตรฐานสากลจะอยู่ในช่วงบน ขณะที่แผ่นทั่วไปสำหรับสนามโรงเรียนอยู่ในช่วงล่าง

เหมาะสำหรับ: สนามแบดมินตัน วอลเลย์บอล บาสเกตบอลในร่ม อาคารกีฬาอเนกประสงค์

 

พื้น EPDM และยางสังเคราะห์

EPDM เป็นระบบที่ให้ความนุ่ม รองรับแรงกระแทกสูง และมีสีสันหลากหลาย นิยมใช้ในสนามเด็กเล่น ลู่วิ่ง และพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง มากกว่าสนามกีฬาแข่งขัน

ช่วงราคาโดยประมาณ: 1,200–3,000 บาท/ตร.ม. ราคาสูงกว่า Acrylic เพราะความหนาของชั้นยางและสีที่ใช้มีผลโดยตรงต่อต้นทุน งานสีเดียวเรียบง่ายจะราคาต่ำกว่างานที่ต้องการลวดลายหรือหลายสีพร้อมกัน

เหมาะสำหรับ: พื้นที่ออกกำลังกายทั่วไป ลู่วิ่ง สนามเด็กเล่น โซน Fitness กลางแจ้ง

 

พื้น PP Modular

พื้น PP Modular หรือพื้นแผ่นสำเร็จรูปแบบล็อกเข้าหากัน (Interlocking) เป็นระบบที่ติดตั้งและถอดออกได้ง่าย ไม่ต้องใช้กาวหรืออุปกรณ์พิเศษ ทนทานต่อสภาพอากาศและการใช้งานหนัก เหมาะกับทั้งกลางแจ้งและในร่ม

จุดเด่นของระบบนี้คือสามารถนำออกและติดตั้งใหม่ได้ บำรุงรักษาง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนาน นิยมในสนามบาสเกตบอล ฟุตซอล และสนามอเนกประสงค์ชุมชน

ช่วงราคาโดยประมาณ: 1,000–2,500 บาท/ตร.ม. ราคาครอบคลุมค่าแผ่นและค่าแรงติดตั้ง แผ่น PP สเปกสูงที่รองรับการแข่งขันจะอยู่ในช่วงบน ขณะที่แผ่นมาตรฐานสำหรับใช้งานทั่วไปอยู่ในช่วงล่าง

เหมาะสำหรับ: สนามบาสเกตบอล ฟุตซอล สนามอเนกประสงค์ชุมชน พื้นที่ที่อาจต้องการเคลื่อนย้ายหรือรื้อถอนในอนาคต

 

ราคาพื้นสนามกีฬา แยกตามประเภทสนาม

พื้นสนามบาสเกตบอล

พื้นสนามบาสเกตบอล มีหลายรูปแบบตามการใช้งาน ตั้งแต่สนามขนาดมาตรฐาน (28x15 เมตร หรือประมาณ 420 ตร.ม.) ไปจนถึงสนามครึ่งสนามในบ้านที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

สนามบาสครึ่งสนามในบ้าน มักอยู่ที่ขนาด 6x8 เมตร ถึง 10x14 เมตร ทำให้วงเงินที่ต้องเตรียมต่างกันมากขึ้นอยู่กับขนาดและระบบที่เลือก ทีมงานมีประสบการณ์ติดตั้งสนามบาสในบ้านหลายโครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สามารถดูตัวอย่างผลงานได้ที่หน้าผลงาน

สนามบาสมาตรฐาน ที่ใช้แข่งขันหรือฝึกซ้อมอย่างจริงจัง มักต้องการระบบพื้นและมาตรฐานที่สูงกว่า ทั้งเรื่องความเรียบ ค่าแรงกระแทก และงานตีเส้นที่ครบถ้วน

 

พื้นสนามฟุตซอล

พื้นสนามฟุตซอล มีขนาดมาตรฐานอยู่ที่ 20x40 เมตร (800 ตร.ม.) แต่หลายโครงการใช้ขนาดเล็กกว่าสำหรับสนามเชิงพาณิชย์หรือในชุมชน

วัสดุที่ใช้ได้กับสนามฟุตซอลมีหลายตัวเลือก ทั้ง Acrylic สำหรับกลางแจ้ง PVC/PP Tile สำหรับในร่ม และ PU Coating สำหรับกลางแจ้งที่ต้องการความทนทานสูง การเลือกวัสดุที่ต่างกันทำให้ราคาต่อตารางเมตรต่างกันได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

พื้นสนามแบดมินตัน

พื้นสนามแบดมินตัน มักอยู่ในร่ม ขนาดมาตรฐาน BWF คือ 13.4x6.1 เมตรต่อสนาม โดยส่วนใหญ่จะสร้างพร้อมกัน 2-4 สนาม

ระบบพื้นที่นิยมสำหรับสนามแบดมินตันคือ PU ที่มี Cushion Layer ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อเท้าและเข่า ทำให้เล่นได้นานขึ้นโดยไม่บาดเจ็บ บางโครงการเลือกใช้ PVC/Vinyl Sports Flooring ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีในราคาที่สามารถควบคุมได้

 

พื้นสนามวอลเลย์บอล

พื้นสนามวอลเลย์บอล มาตรฐาน FIVB อยู่ที่ 18x9 เมตร ระบบพื้นที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับว่าเป็นสนามในร่มหรือกลางแจ้ง

สนามวอลเลย์บอลในร่มที่เน้นประสิทธิภาพการเล่น นิยมใช้ระบบ PU หรือ PVC ที่ได้มาตรฐาน EN 14904 ส่วนสนามกลางแจ้งทั่วไปมักใช้ระบบ Acrylic ซึ่งดูแลรักษาง่ายกว่า

 

พื้นสนามเทนนิส

พื้นสนามเทนนิส มาตรฐาน ITF อยู่ที่ 36.6x18.3 เมตร หรือประมาณ 670 ตร.ม. ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ต้นทุนต่อโครงการสูงขึ้นตามไปด้วย

สนามเทนนิสกลางแจ้งในไทยส่วนใหญ่ใช้ระบบ Acrylic Hard Court ตามมาตรฐาน ITF เพราะทนสภาพอากาศได้ดี ดูแลรักษาง่าย และมีหลากหลายสีให้เลือกตามความต้องการ

 

ราคางานซ่อมและปรับปรุงสนามเดิม เทียบกับงานใหม่

งานซ่อมพื้นสนามกีฬาไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าจะถูกหรือแพงกว่างานใหม่เสมอ ขึ้นอยู่กับสภาพและขอบเขตของความเสียหาย

กรณีที่ซ่อมได้ — ไม่ต้องทำใหม่ทั้งหมด:

  • สีหลุดลอกบางส่วน แต่ผิวยังยึดดี → ขัดผิว ซ่อม และเคลือบใหม่
  • รอยแตกร้าวเล็กน้อย ไม่กระทบโครงสร้าง → อุดรอยแตก แล้วเคลือบทับ
  • สีซีดจางทั้งสนาม แต่ผิวยังแข็งแรง → เคลือบ Top Coat ใหม่

กรณีที่ต้องทำใหม่ทั้งระบบ:

  • พื้นเดิมพอง แยกตัวออกจากฐาน
  • มีน้ำขังซึมใต้พื้น ทำให้ฐานเสียหาย
  • รอยแตกร้าวเชิงโครงสร้างที่กว้างและลึก
  • พื้นเดิมไม่ได้มาตรฐาน ทำให้วัสดุใหม่ยึดเกาะไม่ได้

การประเมินสภาพหน้างานก่อนตัดสินใจจึงสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เลือกแนวทางที่คุ้มค่ากว่าการเดาเอาเองว่าต้องซ่อมหรือทำใหม่

 

วิธีเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคา

เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความเป็นจริงและเปรียบเทียบได้จริง ควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ก่อนติดต่อผู้รับเหมา

  1. ขนาดพื้นที่ — กว้างxยาว หรือพื้นที่เป็นตารางเมตรโดยประมาณ
  2. ประเภทกีฬา — บาสเกตบอล ฟุตซอล แบดมินตัน หรืออเนกประสงค์
  3. ในร่มหรือกลางแจ้ง — ส่งผลต่อการเลือกวัสดุโดยตรง
  4. สภาพพื้นเดิม — ถ้ามีพื้นคอนกรีตอยู่แล้ว สภาพดีหรือไม่ มีรอยแตกไหม
  5. งบประมาณที่มี — ช่วยให้ทีมงานเสนอระบบที่เหมาะสมและตรงเป้า
  6. รูปถ่ายหน้างาน — ยิ่งได้รูปมาก ยิ่งประเมินได้แม่นยำขึ้น

เพียงเท่านี้ก็สามารถให้ทีมงานประเมินเบื้องต้นและแนะนำระบบพื้นที่เหมาะกับโครงการได้แล้ว

 

คำถามที่พบบ่อยเรื่องราคาพื้นสนามกีฬา

ทำไมราคาถึงต่างกันมากระหว่างผู้รับเหมาแต่ละราย? 

เพราะสเปกวัสดุ จำนวนชั้นงาน ความหนา และคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต่างกัน ราคาที่ถูกกว่ามักมาพร้อมกับจำนวนชั้นที่น้อยลง หรือวัสดุที่มีมาตรฐานต่ำกว่า ควรเปรียบเทียบสเปกให้ครบก่อนตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว

ขอใบเสนอราคาแล้วต้องจ่ายไหม? 

ไม่ต้องครับ การขอคำปรึกษาและใบเสนอราคาเบื้องต้นเป็นบริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีข้อผูกมัดใดๆ

ราคาที่ได้รับทางโทรศัพท์หรือ LINE น่าเชื่อถือแค่ไหน? 

ตัวเลขเบื้องต้นช่วยให้วางงบประมาณคร่าวๆ ได้ แต่ราคาจริงที่แม่นยำที่สุดจะได้หลังจากทีมงานประเมินหน้างานจริงแล้วเท่านั้น เพราะสภาพพื้นเดิมและรายละเอียดหน้างานส่งผลต่อต้นทุนมากกว่าที่คิด

ใช้เวลาทำนานแค่ไหน? 

ขึ้นอยู่กับขนาดงานและระบบที่เลือก โดยทั่วไปสนามขนาดมาตรฐาน 1 สนามใช้เวลา 3-7 วันทำการ ไม่รวมเวลา Curing ที่ต้องให้วัสดุแห้งสนิทก่อนใช้งาน

ราคารวมการตีเส้นหรือเปล่า? 

ควรถามให้ชัดเจนในใบเสนอราคา เพราะบางรายแยกค่าตีเส้นออกมา บางรายรวมอยู่ในราคาแล้ว รวมถึงควรระบุด้วยว่าต้องการเส้นกีฬาประเภทใดบ้าง

ถ้าอยากทำสนามอเนกประสงค์ ตีเส้นหลายกีฬา ราคาต่างกันไหม? 

ต่างกันเล็กน้อยในส่วนของงานตีเส้นที่ซับซ้อนกว่า แต่โครงสร้างพื้นหลักจะเหมือนกัน ทำให้ต้นทุนรวมต่อตารางเมตรไม่ต่างกันมากนัก

 

สรุป — วางแผนงบพื้นสนามกีฬาอย่างไรให้ได้ผล

ราคาพื้นสนามกีฬาไม่ใช่ตัวเลขที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับระบบวัสดุ ขนาดพื้นที่ สภาพหน้างาน และรายละเอียดงานที่กำหนด สิ่งที่สำคัญกว่าการหาราคาที่ถูกที่สุด คือการเลือกระบบที่เหมาะกับการใช้งานจริง เพราะพื้นสนามกีฬาที่ติดตั้งถูกต้องตั้งแต่แรก จะใช้งานได้นานกว่าและประหยัดค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว

หากต้องการประเมินราคาเบื้องต้น สามารถส่งรูปหน้างานและขนาดพื้นที่เข้ามาได้เลย ทีมงานพร้อมให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ขอใบเสนอราคาฟรี 

 

Sukrita2008 — รับติดตั้งพื้นสนามกีฬาทุกระบบ ประสบการณ์ 10+ ปี รับงานทั่วประเทศไทย โทร 081-392-6356